รายงานการประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ครั้งที่ 2/2546

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546

เวลา 13.30 น.

ณ ห้องประชุม 352

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

ผู้มาประชุม

 

1.

นายโกสินทร์

เกษทอง

อธิบดี

ประธาน

2.

นายอารักข์

ภูตระกูล

รองอธิบดี

3.

นางจุฑามาศ

ประทีปะวณิช

รองอธิบดี

4.

นายพงศ์เผ่า

เกษทอง

หน.ผต. ผต.ปภ.เขต 1,2

5.

นายดำริห์

ไทยขำ

ผต.ปภ. เขต 4,9

6.

นายธีระพัตร

ตั้งพจน์ทวีผล

ผต.ปภ. เขต 11,12

7.

นายสมาน

ปางวัชรากร

ผต.ปภ. เขต 8,10

8.

นายอดิศักดิ์

เทพอาสน์

ผต.ปภ. เขต 6,7

9.

นายสมนึก

นันตติกูล

ผอ.ศอ.

10.

นายธนิต

มาศรีนวล

ผอ.ศปท.

11.

นายอวยชัย

อัศวลาภสกุล

ผอ.ศสพ.

12.

นายเกษม

ศาสตรวาหา

ผอ.ศปจ.

13.

นายประพนธ์

ปานทิพย์

ผู้แทน ศปข.

14.

นายวิทยา

อังเรขพาณิชย์

ผอ.ศนม

15.

นายชัยพันธุ์

หอมวิเศษวงศา

ผอ.ศขก.

16.

นายดำรงค์

สุทธิจักร์

ผอ.ศอบ.

17.

นายวิภาส

ศิริกาญจนพงศ์

ผอ.ศกพ.

18.

นายเกรียงศักดิ์

พรเลิศนครินทร์

ผอ.ศพล.

19.

นางศรีสุดา

รักษ์เผ่า

ผอ.ศลป.

20.

นายนรงค์

คุ้มไพโรจน์

ผอ.ศสฎ.

21.

นายสุวิทย์

คณีกุล

ผอ.ศสข.

22.

นางอุษณีย์

ธรรมพิทักษ์

กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

23.

น.ส.งามนิจ

ฐิโตปการ

ตส.

24.

นายมนตรี

เต่งตระกูล

เลขานุการกรม

25.

นางบุญสม

หอมวิเศษวงศา

ผอ.กจ.

26.

นางกรองทิพย์

สุนทรียศาสตร์

ผอ.กค.

27.

นายพรรคพล

วงศ์เพ็ญ

ผอ.สน.

28.

นายสุขชัย

เมธาวิกูล

กลุ่มงานนโยบายและแผน

29.

นายสุพร

รัตนนาคะ

กลุ่มงานวิเทศสัมพันธ์

30.

นายสุริยะ

สมบัติทวี

ผอ.สม.

31.

นายวิจิตร

ทองเจริญ

ผชช.สม.

32.

นายมนตรี

ชนะชัยวิบูลย์วัฒน์

กลุ่มงานมาตรฐานความปลอดภัย

33.

นายสุรพล

เล็กขาว

กลุ่มงานนิติการ

34.

นายบรรจงศักดิ์

ปานทอง

ผอ.สส.

35.

นายบรรลือ

วงศ์วัฒนะ

ผชช.สส.

36.

นางสมพร

เพชรสุวรรณ

กลุ่มงานสถาบันฝึกอบรมด้านสาธารณภัย

37.

นายศรีสมบัติ

พรประสิทธิ์

กลุ่มงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์

38.

นายฉัตรชัย

พรหมเลิศ

กลุ่มงานสนับสนุนการมีส่วนร่วม

39.

นายประพันธ์

เหลืองทอง

ผอ.สช.

40.

รท.ธีระ

สันติเมธี

กลุ่มงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย

41.

นายญาณกิตต์

วงศ์วัชรเดช

กลุ่มงานสนับสนุนและบริการช่วยเหลือ

42.

น.ส.เอื้อมพร

สัตตบุศย์

กอง กจ.

43.

นายทรงชัย

โรหิตะชาติ

กอง กจ.

44.

นางดุษณีย์

เหียงมณี

กอง กจ.

45.

น.ส.นงเยาว์

กฤษณจักราวัฒน์

กอง กจ.

46.

น.ส.กาญจนา

ธรรมนิตยางกูร

กอง กจ.

47.

นางวรรณวดี

เพชรรัตน์

กอง กค.

48.

น.ส.วาสนา

ก้องมณีรัตน์

กอง กค.

49.

นายถนอม

คำไทย

กอง กค.

50.

นางชนิดา

แสงวิเชียร

สล.

51.

นายพิทักษ์

ครองยุติ

สล.

52.

นายบุญเสริม

นิเวศอนันต์กุล

ตส.

53.

น.ส.สมศรี

รัตนปาน

สม.

54.

นางดลพร

จันทร์สว่าง

สม.

55.

นายณรงค์

กล่อมใจ

สม.

56.

นายธนา

อมรภัทรกุล

สม.

57.

น.ส.ศิริลักษณ์

ดวงแก้ว

สม.

58.

นายพรรณชาติ

บัวแก้ว

สส.

59.

นางยุพยง

ฐิตะปุระ

สส.

60.

นางเพ็ญสวัสดิ์

แสงนภาบวร

สส.

61.

นางจารี

ขุนอ่อน

สส.

62.

น.ส.ปัทมาวดี

จตุรภัทร

สส.

63.

นายวัชระ

ธรรมสุทธิกุล

สช.

64.

นางอำพรรณ

ทองกร

สช.

65.

นางจิรพร

เจริญสุข

ศอ.

66.

นางพิไลลักษณ์

ตันติยวรงค์

ศอ.

67.

นายกัญชัช

ศศิธร

ศอ.

68.

นางอารีย์

โสธรนพบุตร

สน.

69.

นางสุชาวดี

โลกะกะลิน

สน.

70.

นางงามพิชญ์

เถียรทวี

สน.

71.

นายบัณฑิตย์

เทวีทิวารักษ์

ช่วยราชการ ปภ.

72.

นายอรรณพ

เพ็ชรวิเศษ

ช่วยราชการ ปภ.

73.

ร.อ.ทวีชัย

หนูนิมิตร

สน.ผต.

ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมเพื่อทราบ และข้อสั่งการ

1. เรื่อง การต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด รัฐบาลได้ประกาศสงครามกับยาเสพติดและเป็นนโยบายที่สำคัญ ซึ่งได้ประกาศทำสงครามตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 โดยมีระยะเวลา 3 เดือน ในการต่อสู้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2546 ฉะนั้นทุกหน่วยจะต้องร่วมมือร่วมใจขจัดภัยที่เกิดจาก ยาเสพติดให้หมดไป ทุกฝ่ายจะต้องทำงานอย่างจริงจัง การตรวจราชการจะต้องไปตรวจทุกวันหยุดราชการด้วย โดยเน้นเรื่องการตรวจติดตามในเรื่องการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด การรายงานจะต้องดำเนินการให้รวดเร็วภายในเวลาที่กำหนด ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฝากให้ศูนย์ ปภ. เขต ช่วยดูแลจังหวัดในพื้นที่ อย่าให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและช่วยรัฐบาลดูแลในเรื่องการทำสงครามกับยาเสพติดโดยประสานข้อมูลกับ อปพร.ในพื้นที่

2. เรื่องการเตรียมการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2546

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คงต้องดำเนินการเหมือนที่เคยดำเนินการในช่วงเทศกาลปีใหม่ และหวังว่าจะได้ผลดีกว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่

3. เรื่องกฎหมายผังเมือง คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการร่าง พ.ร.ฎ. กำหนดเขต ที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อวางและจัดทำผังเมืองในการกำหนด เขตพื้นที่ก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ในการดูแลเมืองให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี บ้านเมืองสะอาดซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เรื่อง บ้านเมืองน่าอยู่เชิดชูคุณธรรม จะมีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งศูนย์ ปภ.เขต เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในกฎหมายดังกล่าวด้วย

4. เรื่องการปรับปรุงเสนอความเห็นของกระทรวงมหาดไทย เพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม. หน่วยงาน กรม กองใดจะขออนุมัติเรื่องใดต่อ ครม. ครม.จะสอบถามหน่วยงานที่มีลักษณะงานใกล้เคียงในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ในส่วนนี้ ถ้าหน่วยงานใดได้รับแบบสอบถาม หรือ ต้องส่งแบบสอบถามไปหน่วยงานอื่นจะต้องเร่งรัดให้ได้ภายในกำหนดด้วย

5. เรื่องความเดือดร้อนของข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ ที่มีการโยกย้ายแล้วไม่ได้อยู่ในที่ ที่ต้องการ ลูกจ้างประจำจะมีปัญหาในเรื่องที่อยู่อาศัยเพราะเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้ เช่น ปัญหาของศูนย์ ปภ. เขต 7 อุบลราชธานี และศูนย์ สกลนคร ซึ่งการแก้ไข ผอ.ศูนย์ ปภ. เขต 7 อุบลราชธานี จะแก้ปัญหาโดยการสร้างบ้านพักชั่วคราวให้กับลูกจ้างประจำ

ผอ.กจ. ได้เรียนให้ที่ประชุมทราบว่า ได้รับการประสานจากสำนักงาน ก.พ. เรื่องการปรับบทบาทของสำนักงาน ก.พ. ในเรื่องการที่จะมาดูแลลูกจ้างประจำจากเดิมที่อยู่ที่สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง ในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2546 จะเชิญกองการเจ้าหน้าที่ ไปหารือในเรื่องของลูกจ้างที่เบิกค่าเช่าบ้าน ,ค่าขนย้ายไม่ได้ จะมีการแก้ไขอย่างไร เพราะเมื่อมีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรกล ลูกจ้างประจำจะต้องย้ายตามเครื่องจักรกลไป เพราะตามระเบียบเดิมลูกจ้างประจำต้องเป็นคนในพื้นที่จึงเบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้ สำนักงาน ก.พ. จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไปร่วมหารือในวันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2546 นี้

จากการสอบถามถึงความเดือดร้อนในเรื่องนี้ ของศูนย์ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาของศูนย์ที่ตั้งใหม่ คือ ศ.อบ. ศ.พล. ศ.ปท. เรื่องที่พักของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ซึ่งแต่ละศูนย์ได้แก้ไขในระดับหนึ่ง และจะมีการของบประมาณในการสร้างบ้านพักต่อไป

สำหรับข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ ที่ไม่ได้รับความสะดวก ไม่ได้อยู่ในที่ ที่ต้องการ แต่ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ขอให้ร้องขอมาเพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุงไปเรื่อย ๆ และจะให้ได้ตามความต้องการมากที่สุด

สำหรับตัวแทนของศูนย์ที่ไปอยู่ประจำจังหวัดต่าง ๆ ในเขตความรับผิดชอบอาจจะมีปัญหาในเรื่องความไม่พร้อมของเครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุอุปกรณ์ ที่พัก จึงขอให้ ผอ.ศูนย์ออกไปดูแลว่าเจ้าหน้าที่ ที่ส่งไปประจำอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ มีความเป็นอยู่อย่างไร มีปัญหาหรือไม่และในวันที่ 10 มีนาคม 2546 จะมีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กรมฯ จะฝากผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลอีกทางหนึ่ง เพื่อให้การปฏิบัติงานของตัวแทนจังหวัด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

มติที่ประชุม รับทราบ

ระเบียบวาระที่ 2 เรื่องรับรองรายงานการประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ครั้งที่1/2546 เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2546

สำนักงานเลขานุการกรม ได้แจ้งเวียนรับรองรายงานการประชุม ครั้งที่ 1/2546 วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2546 ให้หน่วยงานในสังกัดทราบตามบันทึกที่ มท.0601/ว 217 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 ทาง Website http://www.dpm.moi.go.th แล้ว

มติที่ประชุม รับรองรายงานการประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ครั้งที่ 1/2546 เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2546

ระเบียบวาระที่ 3 เรื่องรายงานหรือข้อเสนอของผู้ตรวจราชการกรม

หน.ผต. ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการกำหนดพื้นที่จังหวัดในเขตความ รับผิดชอบ และสถานที่ตั้งของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานประจำทุกจังหวัด จึงได้จัดตั้งสำนักผู้ตรวจราชการเป็นส่วนราชการภายใน และแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในสำนัก ผู้ตรวจราชการ คือ

1. นายพงศ์เผ่า เกษทอง เป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบ การตรวจราชการ ศูนย์ ปภ.เขต 1 (ปทุมธานี) และเขต 2 (สุพรรณบุรี) และจังหวัดในเขตความรับผิดชอบของศูนย์ ฯ

2. นายดำริห์ ไทยขำ เป็นผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบการตรวจราชการศูนย์ ปภ. เขต 4 (ประจวบคีรีขันธ์) และเขต 9 (พิษณุโลก) และจังหวัดในเขตความ รับผิดชอบของศูนย์ ฯ

3. นายสถาพร อาภาธนานุวัติ เป็นผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบการตรวจราชการศูนย์ ปภ. เขต 3 (ปราจีนบุรี) และเขต 5 (นครราชสีมา) และจังหวัดในเขตความรับผิดชอบของศูนย์ ฯ

4. นายธีระพัตร ตั้งพจน์ทวีผล เป็นผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบการตรวจราชการศูนย์ ปภ. เขต 11 (สุราษฎร์ธานี) และเขต 12 (สงขลา) และจังหวัดในเขตความรับผิดชอบของศูนย์ ฯ

5. นายสมาน ปางวัชรากร เป็นผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบการตรวจราชการศูนย์ ปภ. เขต 8 (กำแพงเพชร) และเขต 10 (ลำปาง) และจังหวัดในเขตความรับผิดชอบของศูนย์ ฯ

6. นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ เป็นผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับผิดชอบการตรวจราชการศูนย์ ปภ. เขต 6 (ขอนแก่น) และเขต 7 (อุบลราชธานี) และจังหวัดในเขตความรับผิดชอบของศูนย์ ฯ

นอกจากการตรวจราชการของกรมแล้ว ผู้ตรวจราชการทั้ง 6 ท่าน ยังได้รับคำสั่งจากกระทรวงมหาดไทย ให้ปฏิบัติภารกิจในการไปตรวจราชการร่วมกับผู้ตรวจราชการของกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งเรื่องยาเสพติดด้วย และตามที่อธิบดีมีความเห็นว่า อปพร.จะเป็นประโยชน์ต่อกรม ถ้าหากมี การประสานให้ อปพร. มีส่วนร่วมในการหาข้อมูลเรื่องยาเสพติดในพื้นที่ หน้าที่ของผู้ตรวจราชการ เกี่ยวกับการประสานกับ อปพร. คือ

1. ติดตามขึ้นทะเบียนรายชื่อ อปพร.จังหวัด ในเขตความรับผิดชอบ

2. นัดประชุม อปพร. เฉพาะประธาน อปพร.อำเภอและจังหวัด เพื่อชี้แจงนโยบายในเรื่อง การปราบปรามยาเสพติดในระยะ 3 เดือน เพื่อเป็นการเน้นย้ำ และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบต่อไป

ประธาน ตามโครงสร้างของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่มีตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ไม่มีหน่วยงานในภูมิภาค จึงตั้งในส่วนที่มีความจำเป็นและตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยจะนำเค้าโครงที่กำหนดนี้เสนอสำนักงาน ก.พ. เพื่อขอกำหนดตำแหน่งต่อไปและจะตั้งกองโรงงานเครื่องจักรกลที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นกองภายในด้วย โดยตั้งคณะทำงานประกอบด้วยรองอธิบดี ผู้อำนวยการสำนัก ให้ทำหน้าที่พัฒนาองค์กรว่าควรจะมีการปรับปรุงในเรื่องใดบ้าง เนื่องจากกรมมีหน้าที่ดูแลประชาชนให้มีความปลอดภัยจากสาธารณภัยต่าง ๆ แต่กรมฯ มีจุดอ่อนในเรื่องที่ไม่มีหน่วยงานในภูมิภาค สำหรับตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ที่ตั้งขึ้นมาให้ถือว่าเป็นการเยี่ยมเยียนเพื่อทราบปัญหา และนำมาแก้ไข จึงต้องตั้งหน่วยราชการภายในขึ้นมาเพื่องานของกรมฯ จะได้บรรลุเป้าหมายไปด้วยดี

มติที่ประชุม รับทราบ

ระเบียบวาระที่ 4 เรื่องรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักฯ และกองต่าง ๆ

4.1 เรื่องการติดตามด้านงบประมาณของกรม

          4.1.1 การรายงานผลสถานะการเงินงบประมาณ ปี 2546

ผอ.กค. กองคลังได้รายงานผลสถานะการเงินงบประมาณปี 2546 ของกรมป้องกันและบรรเทา

สาธารณภัย ดังนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2546

รายงานสถานะเงินงบประมาณและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ปี พ.ศ.2546

ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2546

 

 

แผนงาน/งาน/งบรายจ่าย

 

งบประมาณ

 

อนุมัติงวด

 

เบิกจ่ายแล้ว

คิดเป็น % ของวงเงิน

งบประมาณ

แผนงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

1,066.41

969.00

285.90

26.81%

งานป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย

1,066.41

550.80

285.90

26.81%

1.งบบุคลากร

836.40

418.20

278.49

33.30%

2. งบดำเนินงาน

132.21

66.10

7.42

5.61%

2.1 ค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ

114.09

57.04

5.50

4.82%

2.2 ค่าสาธารณูปโภค

18.12

9.06

1.92

10.58%

3. งบลงทุน

15.18

15.18

-

0.00%

4. งบเงินอุดหนุน

82.63

51.31

-

0.00%

 

รายงานสถานะการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ปี พ.ศ.2546 ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2546

หน่วย : ล้านบาท

แผนงาน/งาน/งบรายจ่าย

งบประมาณ

อนุมัติงวด

คงเหลือ ยังไม่อนุมัติงวด

แผนงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

1,066.41

1,066.41

97.42

งานป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย

1,066.41

1,066.41

97.42

1. งบบุคลากร

836.40

836.40

-

2. งบดำเนินงาน

132.21

66.10

66.10

2.1 ค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ

114.09

57.04

57.04

2.2 ค่าสาธารณูปโภค

18.12

9.06

9.06

3. งบลงทุน

15.18

15.18

-

4. งบเงินอุดหนุน

82.63

51.31

31.31

คิดเป็นร้อยละ

100.00%

90.87%

9.13%

รองอธิบดี (นายอารักข์ ภูตระกูล) มีข้อสังเกตในเรื่องการรายงานของกองคลังว่าตัวเลขไม่ตรงกัน เนื่องจากมีการปัดเศษทางการเงิน ขอให้พิจารณาในจุดนี้ด้วย

หน.ผต. การตั้งสำนัก กอง ภายใน จะต้องมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การของบประมาณในส่วนนี้ จะต้องดำเนินการอย่างไร

ผอ.กค. ขณะนี้ได้ตั้งงบประมาณของสำนักผู้ตรวจ ในหมวดค่าตอบแทนใช้สอย ซึ่งอธิบดีอนุมัติให้ประมาณ 300,000 บาท ถ้าไม่พอก็ให้ขอเพิ่ม ต่อไป

มติที่ประชุม รับทราบ

          4.1.2 การรายงานผลการดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณของกรม

ผอ.สน. สำนักนโยบายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รายงานผลการดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณของกรม ดังนี้

สรุปผลการใช้จ่ายงบประมาณ ณ วันที่ 25 มกราคม 2546

 

 

รายการ

งบประมาณที่

ได้รับจัดสรร

 

ผลการใช้จ่าย

 

ร้อยละ

  1. งบบุคลากร
  2. งบดำเนินงาน
  3. งบลงทุน
  4. งบเงินอุดหนุน

836,401,300

132,206,600

15,180,000

82,625,000

371,682,272.86

11,445,126.31

-

28,250,000

44.44

8.66

0.00

34.19

รวม

1,066,412,900

411,377,399.17

38.58

หมายเหตุ งบบุคลากรได้รวมส่วนของการเบิกจ่ายเงินเดือน และค่าจ้างประจำของบุคลากร

ที่อยู่ระหว่างการโอนไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เนื่องจากสำนักนโยบายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีภารกิจในการจัดทำงบประมาณ ของกรม หลังจาก ครม.ได้อนุมัติกรอบงบประมาณตามที่สำนักงบประมาณเสนอไป เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2546 ปรากฏว่ารัฐบาลรับหลักการให้เพิ่มเงินจากเงินงบประมาณ ปี 2546 อีก 2.8% ส่วนนี้รัฐบาลเห็นว่าปี 2547 เป็นยุคปฏิรูปจะเน้นในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายประจำลง แต่จะเน้นในเรื่องการลงทุน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ปัญหาก็คือในภาพรวมจากการแถลงนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ได้กล่าวถึงการทำงบประมาณระบบใหม่ โดยให้ฐานเป็นศูนย์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 กระทรวงมหาดไทย ได้เชิญหน่วยงานในสังกัดเข้ารับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการทำงบประมาณ ปี 2547 ให้แต่ละหน่วยงานทำงบประมาณ ส่งภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2546 เพื่อพิจารณาก่อนส่งให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล โดยให้ทำงบประมาณเพิ่มขึ้น 10% ทำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีปัญหาเพราะเป็นกรมใหม่ งบประมาณยังไม่มีฐานเดิม สำนักนโยบายฯ จึงมีเรื่องที่จะนำหารือที่ประชุม คือ การใช้จ่ายงบประมาณของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีลักษณะที่ไม่เหมือนกรมอื่น คือมีการใช้งบกลางเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะนำงบกลางมาพิจารณาว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานที่มารวมเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ใช้งบประมาณไปเท่าใด แล้วนำมารวมคำนวณเป็นฐาน เพื่อพิจารณาทำงบประมาณในปี 2547 ต่อไป

ประธาน การทำงบประมาณ โดยให้เพิ่มจากฐานเดิม 10% นั้น กรมอื่นปฏิบัติได้แต่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำไม่ได้ เพราะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นกรมตั้งใหม่ งบประมาณยังไม่มีฐานเดิม ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของสำนักนโยบายและรองอธิบดี ที่รับผิดชอบ จะต้องทำความตกลง ชี้แจงกับกระทรวงมหาดไทย ในการจัดทำงบประมาณและการที่จะนำงบกลางมาเป็นฐานนั้นไม่ถูกต้อง เพราะงบกลางเป็นงบที่ไม่แน่นอน อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้

ฉะนั้น การตั้งงบประมาณของกรมฯ ให้ตั้งโดยการกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ ภารกิจ และตัวชี้วัด แล้วให้สำนัก กองต่าง ๆ ของบประมาณเข้ามา แต่จะต้องมีการพิจารณาถึงความจำเป็น ความเร่งด่วนด้วย ในส่วนนี้ยังไม่รวมถึงงบลงทุนในการดำเนินการหาเครื่องมือเครื่องใช้ในการป้องกันอัคคีภัยให้หน่วยงานต่าง ๆ เช่นหน่วยงานท้องถิ่น เพราะจากการออกแบบสอบถามไป ขณะนี้มีการของบประมาณเข้ามามาก จึงต้องรีบดำเนินการ เพราะถ้ามีการแก้ไขจะได้ดำเนินการได้ทัน

ผอ.ศ.กพ. จากการประชุมกรมครั้งที่ 1/2546 รองอธิบดี (นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล) ได้มอบนโยบาย ว่าศูนย์ฯ มีความพร้อมในเรื่องบุคลากรและเครื่องจักรกล จึงน่าจะรับงานซ่อมอุทกภัยในพื้นที่ ที่เสียหายมาดำเนินการ ศูนย์ ปภ.เขต 8 กำแพงเพชร ได้ไปดำเนินการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวแล้ว และจะเสนอของบประมาณได้ที่ไหนอย่างไร

ประธาน ขอให้ส่งโครงการมาที่กรมฯ ให้เร็วที่สุด และโครงการจะต้องผ่านความเห็นชอบของ คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอำเภอ/จังหวัด (กชภ.อ./กชภ.จ.)ก่อน กรมจะให้คณะทำงานพิจารณาโครงการว่ามีความถูกต้องมีความจำเป็นเร่งด่วนมากน้อยเพียงใด จึงส่งเรื่องต่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ของกระทรวงมหาดไทย และส่งเรื่องให้คณะกรรมการควบคุมกำกับดูแล พิจารณาต่อไป

เลขานุการ (นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์) ได้ชี้แจงในเรื่องงบฟื้นฟูหลังน้ำท่วมว่า สำนักงบประมาณ ขอให้ทุกส่วนราชการที่ต้องใช้เงินงบกลางจากที่ได้รับอนุมัติจาก ครม.และภายในวันที่ 31 มีนาคม 2546 ต้องดำเนินการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ ฉะนั้นจึงขอให้ศูนย์ส่งคำขอโครงการเข้ามายังกรมภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2546

มติที่ประชุม รับทราบ ผู้เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ

4.2 สรุปผลการดำเนินงานของสำนักนโยบายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เรื่องที่ 1 การจัดทำแผนงบประมาณเชิงบูรณาการ แผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2545 เห็นชอบให้มีการจัดทำแผนงบประมาณ
เชิงบูรณาการ 24 เรื่อง โดยมีเรื่องแผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ซึ่งได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยเป็นหน่วยงานหลักรวมอยู่ด้วย กรมฯ จึงได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 2 ครั้ง และร่วมประชุมรับมอบนโยบายจากรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) ในฐานะผู้รับผิดชอบแผนไปแล้ว ได้ผลสรุปเบื้องต้นในเรื่องของขอบเขตพื้นที่ดำเนินการ ขั้นตอนการรอคำขอตั้งงบประมาณ และจะมีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เหลือจัดทำแผนในภาพรวม โดยมีผู้แทนจากทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน ทั้งมีแผนดังกล่าวจะต้องดำเนินให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

เรื่องที่ 2 การเตรียมการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2546

ข้อเท็จจริง

1. รองนายกรัฐมนตรี (นายจาตุรนต์ ฉายแสง) ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีในคราวประชุม เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2546 ให้รับผิดชอบการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จึงได้ตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนขึ้น มีรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเลขานุการศูนย์(อยู่ระหว่างนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง)และมีคำสั่งแต่งตั้ง

คณะทำงานจัดระบบข้อมูลป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก มีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธาน ในการนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขึ้น 2 ชุด ชุดที่ 1 พิจารณากำหนดรูปแบบการเก็บข้อมูล และมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก ในช่วงเทศกาล และชุดที่ 2 พิจารณากำหนดรูปแบบ และการจัดทำระบบฐานข้อมูล และมาตรการระยะยาว

คณะทำงานชุดที่ 1 ได้ประชุมเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2546 เพื่อวิเคราะห์ ประเมิน และเสนอแนะมาตรการดำเนินการระยะเร่งด่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2546 จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้มีการประชุม เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2546 โดยมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข

(นายสงวน นิตยารัมภ์พงศ์) เป็นประธานเพื่อพิจารณามาตรการและเป้าหมายของคณะทำงานชุดที่ 1

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2546 ทีมเลขานุการมีอธิบดี รองอธิบดี (นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล) ได้ร่วมหารือกับ ดร.สายสัมพันธ์ รับขวัญ คณะทำงานรองนายกรัฐมนตรี ( นายจาตุรนต์ ฉายแสง ) พิจารณาแยกประเด็นมาตรการป้องกัน ลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของคณะทำงานชุดที่ 1 เป็น

- มาตรการด้านคน

- มาตรการด้านยานพาหนะ

- มาตรการด้านถนนและ

- มาตรการประชาสัมพันธ์

พร้อมจัดลำดับความสำคัญของแต่ละมาตรการเป็นมาตรการที่ดำเนินการทันที และมาตรการดำเนินการ
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยในส่วนมาตรการประชาสัมพันธ์มีทั้งมาตรการที่ใช้งบประมาณ และไม่ใช้
งบประมาณ ส่วนที่ใช้งบประมาณประมาณการไว้จำนวน 75,500,000 บาท ส่วนมาตรการด้านคน มาตรการด้านยานพาหนะ และมาตรการด้านถนน นั้น ในส่วนที่ต้องใช้งบประมาณ ฝ่ายเลขานุการเห็นว่า ควรใช้เกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจ โดยเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมดำเนินการ เป็นเงิน
จำนวน 82,782,000 บาท รวมงบประมาณที่ใช้ดำเนินการทั้ง 4 มาตรการดังกล่าวข้างต้น เป็นเงิน 158,282,000 บาท

2. คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ประชุมเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2546 สาระสำคัญการประชุมคือ ให้พิจารณามาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2546 เสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ ส่วนมาตรการระยะยาวก็จะได้ดำเนินการต่อไป โดยจะจะนำผลการดำเนินการในช่วงสงกรานต์เป็นแบบประกอบการพิจารณา

การดำเนินการ

คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้ประชุมอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเตรียมมาตรการด้านคนคือ การบังคับใช้กฎหมาย และกำหนดประชุมครั้งต่อไปในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2546 ณ กระทรวงคมนาคม เพื่อเตรียมมาตรการด้านยานพาหนะและถนน และจะหมุนเวียนประชุม ณ สถานที่ของหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพหลักด้านต่าง ๆ ต่อไป

ทั้งนี้ มาตรการความปลอดภัยทางถนนที่จะดำเนินการระยะเร่งด่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2546 รองนายกรัฐมนตรี ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการในคราวประชุมวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 นี้แล้ว

มติที่ประชุม รับทราบ

4.3 สรุปสาธารณภัย ประจำเดือนมกราคม 2546

ผอ.ศอ. ได้รายงานสรุปสถานการณ์สาธารณภัย ประจำเดือนมกราคม 2546 ดังนี้

1. ภัยหนาว พื้นที่ประสบภัย จำนวน 21 จังหวัด 205 อำเภอ 17 กิ่งอำเภอ 1,348 ตำบล 14,593 หมู่บ้าน การให้ความช่วยเหลือจังหวัด/อำเภอ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมประชา-สงเคราะห์ มูลนิธิ องค์กรภาครัฐและเอกชนต่างๆ ได้แจกจ่ายผ้าห่มและเครื่องกันหนาว จำนวน 584,988 ผืน มูลค่า 90,374,800 บาท แก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาว

2. ความแห้งแล้ง ห้วงเวลาที่ประสบภัย (ยอดสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.10 ก.พ. 2546) พื้นที่ประสบภัย จำนวน 8 จังหวัด 13 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ 70 ตำบล 333 หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ น่าน อุดรธานี ร้อยเอ็ด เพชรบุรี ตราด สระแก้ว และฉะเชิงเทรา ความเสียหายราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 218,590 คน 43,891 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตร 9,700 ไร่

3. ภัยจากแผ่นดินไหว จำนวน 1 ครั้ง พื้นที่ประสบภัย 2 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ได้แก่จังหวัดสงขลา ภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2546 เวลาประมาณ 10.00 น. ได้เกิดแผ่นดินไหวมีศูนย์กลางอยู่ที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ระยะห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 1,600 กิโลเมตร ขนาดความรุนแรง 7 ริกเตอร์ เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้รู้สึกได้ที่กรุงเทพมหานคร เฉพาะอาคารสูงเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่ 15 ชั้นขึ้นไปและสามารถรู้สึกได้ที่จังหวัดสงขลาและภูเก็ต

4. ภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย จำนวน 3 ครั้ง พื้นที่ประสบภัย 2 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ได้แก่จังหวัดลำพูน ชลบุรี

ครั้งที่ 1 วันที่ 6 มกราคม 2546 เกิดการรั่วซึมของถังแก๊สที่กักเก็บกลิ่นเหม็นของบริษัทฟีเตอร์ อินเตอร์โปรดักส์ จำกัด เป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ตั้งอยู่ที่ ม.16 ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน

ครั้งที่ 2 วันที่ 15 ม.ค. 2546 เวลา 16.00 น. ได้เกิดสารเคมีรั่วไหลจากบ้านเลขที่ 92/54 ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านสินทรัพย์นคร ซ.พหลโยธิน 48 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ เจ้าของบ้านเป็นคนไต้หวันไม่ทราบชื่อ ได้เก็บสารเคมีบรรจุ 50 กก. และ 20 กก. ประมาณ 100 ถัง จากการตรวจสอบสารเคมีชื่อสารบินเบสซิล ซัลโฟนิวรามาย สารโซเดียมไฮโปรซัลเฟส สารโปรตัสเซี่ยมไพโรฟรอสเฟส เป็นต้น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมชุบโลหะ สารดังกล่าวเป็นสารกัดกร่อนรุนแรง คนงานขนย้ายถังเคมีแล้วตกลงพื้นทำให้สารเคมีรั่วไหลส่งกลิ่นเหม็นใกล้เคียงระยะ 100 เมตร

ครั้งที่ 3 วันที่ 20 มกราคม 2546 เวลา 04.00 น. เกิดเหตุรถบรรทุกสารเคมีชื่อสารสไตร์ลีนโมโนเมอร์ (Styrene Monomer) ของบริษัท เอ็ม ซี ทรานส์ (ไทยแลนด์) จำกัด พลิกคว่ำบนถนนสาย 36 (ถนนเลี่ยงเมืองสายชลบุรีถึงพัทยาสายใหม่) ถนน 6 เลนขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณเขต พื้นที่ หมู่ 5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากชุมชนและสวนเสือศรีราชาประมาณ 2 กิโลเมตร

5. ภัยจากไฟป่า จำนวน 1 ครั้ง พื้นที่ประสบภัย จำนวน 1 จังหวัด ได้แก่จังหวัดตราด

วันที่ 2 ก.พ. 2546 เวลา 16.30 น. เกิดไฟป่าขึ้นที่สวนรินทมิตร ม.1 ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด ทำให้ต้นยางพารา และต้นทุเรียน ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ฯ ระงับไฟป่าได้เวลา 19.20 น.

6. อัคคีภัย จำนวน 109 ครั้ง ห้วงเวลาที่ประสบภัย ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 10 ก.พ. 2546 พื้นที่ประสบภัย จำนวน 38 จังหวัดและกรุงเทพมหานครราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,779 คน 476 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน ( จ.ชัยภูมิ) บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 131 หลัง บางส่วน 56 หลัง คอกสัตว์ 1 แห่ง ยุ้งข้าว 3 หลัง กุฏิ 2 หลัง วัด 2 แห่ง โรงเก็บพืชผล 2 โรง โรงเรือน 1 โรง มูลค่าความเสียหายประมาณ 30,426,568 บาท

7. วาตภัย จำนวน 35 ครั้ง พื้นที่ประสบภัย จำนวน 21 จังหวัด 35 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ 39 ตำบล 58 หมู่บ้าน ความเสียหาย ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จำนวน 1,423 คน 1,081 ครัวเรือน เสียชีวิต 3 คน ( จ.สงขลา) บาดเจ็บ 4 คน บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง 4 หลัง บางส่วน 509 หลัง พื้นที่การเกษตร 1,610 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 1,541,450.20 บาท

8. อุบัติภัย จำนวน 6 ครั้ง พื้นที่ประสบภัย จำนวน 5 จังหวัด ได้แก่จังหวัดชลบุรี สุราษฎร์ธานี จันทบุรี ลพบุรี และสมุทรปราการ

ครั้งที่ 1 เครื่องบินขนาดเล็กตก วันที่ 14 มกราคม 2546 เครื่องบินเล็กของนักท่องเที่ยว ต่างชาติยี่ห้อ BRITTEN ISLAND รุ่น B N 2 A ขนาด 2 เครื่องยนต์ 10 ที่นั่ง ราคาประมาณ 18 ล้านบาท ของบริษัทสยามแอร์สปอร์ต จำกัด โดยนายรอนโรเวอร์ริด ชาวอังกฤษ ประสบอุบัติเหตุตกบริเวณสุสานบ้านชากแง้ว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ครั้งที่ 2 เรือแพบรรทุกสินค้าจมทะเล วันที่ 18 มกราคม 2546 เวลา 16.15 น. เรือแพบรรทุกสินค้าชื่อเกาะเจริญ บรรทุกสินค้าเส้นทางชุมพร - เกาะเต่า เกิดอับปางบริเวณหน้าเกาะเต่า

อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ในเรือบรรทุกอุปกรณ์การก่อสร้าง รถยนต์ปิคอัพ จำนวน 2 คัน รถบรรทุกน้ำมัน จำนวน 1 คัน จมลงสู่ทะเล

ครั้งที่ 3 เครื่องบินปีกหมุนตก วันที่ 21 มกราคม 2546 เวลา 11.10 น. เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินปีกหมุน หมายเลขทะเบียน 4677 ยี่ห้อ BELL-212 ประจำหน่วยการบินปีหมุนที่ 9 ค่ายศรีนครินทร์เกิดเครื่องขัดข้องและประสบอุบัติเหตุตกบริเวณลานบิน ภายในศูนย์การบินทหารบก ต.ห้วยโป่ง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

ครั้งที่ 4 เครื่องบินปีกหมุนทหารเรือตก วันที่ 30 มกราคม 2546 เวลา 18.45 น. เครื่องบิน ปีกหมุนทหารเรือแบบ S-76B หมายเลข 2309 ประสบอุบัติเหตุตกที่สนามบินท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ขณะทำการบินขึ้นเพื่อส่งกำลังบำรุงให้กับ ร.ล.จักรีนฤเบศร สาเหตุคาดว่าเกิดจาก เครื่องยนต์ขัดข้อง

ครั้งที่ 5 รถไฟชนกันที่จังหวัดลพบุรี วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 23.30 น. ได้เกิดอุบัติเหตุรถไฟโดยสารขบวนรถเร็ว สายบางซื่อ-หนองคาย ชนกับขบวนรถไฟสินค้าบรรทุกน้ำตาลทรายจากจังหวัดอุดรธานี-กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณก่อนเข้าสถานีบ้านโคกชี ต.หนองรี อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

ครั้งที่ 6 หม้อน้ำระเบิดที่จังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 05.30 น. ได้เกิดอุบัติเหตุหม้อน้ำระเบิดภายในโรงงานพีพี. เอ็กซ์เพรส จำกัด (ประเภทโรงงานหลัก 09800) เลขที่ 213 หมู่ 10 ถนนเทพารักษ์ กม. 15 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

9. ภัยที่ไม่มีรายงาน ได้แก่อุทกภัย ภัยทางอากาศ และภัยจากการก่อวินาศกรรม

การคาดหมายลักษณะอากาศของประเทศไทย ประจำเดือนกุมภาพันธ์

ลักษณะทั่วไป เดือนกุมภาพันธ์อยู่ในช่วงปลายฤดูหนาว ลักษณะอากาศบริเวณประเทศไทยจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะเริ่มอ่อนกำลังลง ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ประกอบกับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยจะเริ่มเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกและลมใต้ โดยจะนำเอาความชื้นจากอ่าวไทยพัดเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศอุ่นขึ้นกับจะมีหมอกหนาได้เป็นบางวัน สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งบริเวณเทือกเขา ยอดดอย และยอดภูจะยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้าต่อไปอีก ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกน้อย โดยจะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ถึงกระจายเป็นแห่งๆ คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า บริเวณเทือกเขา ยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวกับมีหมอกหนาในบางพื้นที่

ภาคกลางและภาคตะวันออกรวมทั้งชายฝั่ง ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน อากาศเย็นส่วนมากทางตอนบนของภาคกับมีหมอกในตอนเช้า ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วนโดยเฉพาะในช่วงบ่ายและค่ำ และจะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ถึงกระจายเป็นแห่งๆ ทะเลทางอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน โดยในบางช่วงจะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานคร ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้าและในบางช่วงจะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

ข้อควรระวัง ในเดือนนี้อาจมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบนหรือ อาจมีแนวพัดสอบของลมตะวันออก และลมใต้พาดผ่านประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาต่อไปด้วย

มติที่ประชุม รับทราบ

4.4 สรุปผลการดำเนินงานของสำนักส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย

ผอ.สส. ได้สรุปผลการดำเนินงานของสำนักส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย ดังนี้

4.4.1 ผลการดำเนินงานของกลุ่มงานสถาบันฝึกอบรมด้านสาธารณภัย ดำเนินการฝึก อบรมไปแล้ว จำนวน 9 หลักสูตร 13 รุ่น ผู้ผ่านการฝึกอบรม 1,367 คน งบประมาณ 771,476 บาท

แผนการดำเนินงานประจำเดือน กุมภาพันธ์ มีนาคม

1. อบรมหลักสูตร การปฐมนิเทศข้าราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 6 รุ่น 594 คน

2. พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงและแถลงข่าว ระหว่างศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเซีย (ADPC) กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546

3. สัมมนาการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศไทย ( ร่วมกับ ADPC ) วันที่ 10 มีนาคม 2546 ที่โรงแรมสยามซิตี้ จำนวน 200 คน

4. การสัมมนา แนวทางการปฏิบัติงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้กับผู้บริหาร วันที่ 26 - 27 กุมภาพันธ์ 2546 1 รุ่น จำนวน 62 คน

5. อบรมโครงการขับขี่ปลอดภัย (วิทยากร) จำนวน 5 รุ่น จำนวน 200 คน งบประมาณ 522,100 บาท

6. ประชุมรับนโยบายชี้แจงแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล วันที่ 3 มีนาคม 2546 ที่สถาบันฝึกอบรมบางพูน

7. อบรมด้านสารเคมีกับภาคเอกชน โดยบริษัทวิริยะประกันภัย และบริษัทดูปองต์ ประเทศไทย จำกัด สำหรับผู้บริหาร 2 รุ่น ๆ ละ 150 คน ผู้ปฏิบัติ 5 รุ่น ๆ ละ 30 คน รวม 150 คน

4.4.2 ผลการดำเนินงานของกลุ่มงานสนับสนุนการมีส่วนร่วม มีดังนี้

          1. การแก้ไขปัญหาอัคคีภัยในพื้นที่ชุมชนแออัดคลองเตย

กลุ่มงานสนับสนุนการมีส่วนร่วม และผู้แทนจากสำนักต่าง ๆ ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะทำงาน ปภ. ไปประชุมร่วมกับสมาชิกวุฒิสภา (นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ)และผู้แทนชุมชนเขต คลองเตย เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือชุมชนแออัดคลองเตย ดังนี้

                1.1 ปรับปรุงแผนปฏิบัติการพื้นที่เสี่ยงภัย ของชุมแออัดคลองเตย

                1.2 จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนอพยพราษฎร เมื่อเกิดอัคคีภัย

                1.3 ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดอบรมป้องกันและระงับอัคคีภัยให้ชุมชน พร้อมให้ความรู้เรื่อง สารเคมีที่มีอันตราย โดยคัดเลือกตัวแทนของชุมชนเข้ารับการฝึกอบรม

                 1.4 ประสานกับการไฟฟ้านครหลวงเข้าไปสำรวจความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า และแก้ปัญหาร่วมกับชุมชน

                 1.5 จัดหาสัญญาณเตือนภัย (SIREN) ชนิดใช้มือหมุน โดยให้กรุงเทพมหานคร ประสานกับสมาชิกสภา กทม. ในการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน

ในการนี้ อปภ. ได้เห็นชอบให้ ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการ ตามข้อเสนอ 1.1 และ 1.2 สำนักส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย (โดยกลุ่มงานสนับสนุนการมีส่วนร่วม) ดำเนินการตามข้อเสนอ 1.3 และ 1.4 สำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย ดำเนินการตามข้อเสนอ 1.5

ผลการดำเนินงานตามข้อ 1.3 และ 1.4 อยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    1. การประสานงานเครือข่าย
    2. ประสานกองบังคับการตำรวจดับเพลิง จัดทำแผนหนีไฟ และสาธิตการป้องกันและระงับ อัคคีภัย ให้แก่ โรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2 โดยโรงเรียนจะมีการฝึกซ้อมหนีไฟตามแผน ในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2546

    3. การจัดทำทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการป้องกันอุบัติภัยและสาธารณภัยที่ตอบรับเป็นผู้เชี่ยวชาญของ ปภ. มีจำนวน 88 คน แยกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. ด้านการจราจร จำนวน 41 คน

2. อัคคีภัย จำนวน 43 คน

3. การทำงาน (โรงงานอุตสาหกรรม, โยธา, เครื่องกล, ไฟฟ้า) จำนวน 39 คน

4. สารเคมี จำนวน 23 คน

5. ภัยธรรมชาติ จำนวน 29 คน

6. อื่น ๆ จำนวน 7 คน

          4.4.3 ผลการดำเนินงานของกลุ่มงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันที่ 11มกราคม 2546 ถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2546 สรุปได้ดังนี้

                       1. สรุปผลการปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์ทางสื่อมวลชนส่วนกลาง ดังนี้

                                - หนังสือพิมพ์ จำนวน 40 ข่าว

                                - สื่อโทรทัศน์ จำนวน 2 ข่าว

                                - วิทยุ จำนวน 4 ข่าว

                           2. สรุปผลการปฏิบัติงานของฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ เพื่อการประชาสัมพันธ์ภายในหน่วยงาน ดังนี้

                                - บันทึกภาพวิดิทัศน์ จำนวน 20 ครั้ง

                                - บันทึกภาพนิ่งสี จำนวน 22 ครั้ง

                                - จัดทำบอร์ดภาพภารกิจผู้บริหารเผยแพร่ที่กรมและกระทรวงมหาดไทย   จำนวน 26 ครั้ง

                                - เผยแพร่ข่าวเด่นประจำวัน จำนวน 45 ข่าว

                                - เผยแพร่ข่าวมหาดไทย จำนวน 10 ข่าว

                                - จัดทำบอร์ดข่าวประชาสัมพันธ์ภายในกรม จำนวน 114 เรื่อง

                                - จัดทำและออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และวัสดุในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์  จำนวน 90 รายการ

มติที่ประชุม รับทราบ

4.5 สรุปผลการดำเนินงานของสำนักช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ผอ.สช. ได้สรุปผลการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในช่วงเดือนมกราคม 2546 สำนักช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประเทศ ดังนี้

1. วาตภัย ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย 20 ครั้ง จำนวน 84 ครอบครัว 392 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 79 หลัง เสียหายทั้งหลัง 3 หลัง มูลค่าความเสียหาย 833,602.-บาท มูลค่าการช่วยเหลือ 388,466.- บาท

2. อัคคีภัย ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย 61 ครั้ง (กรุงเทพฯ 11 ครั้ง) จำนวน 303 ครอบครัว 1,103 คน เสียชีวิต 1 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 56 หลัง เสียหายทั้งหลัง 131 หลัง มูลค่าความเสียหาย 53,242,368.- บาท มูลค่าการช่วยเหลือ 4,205,087.- บาท

3. อุทกภัย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 28 ครั้ง จำนวน 83,884 ครอบครัว 334,623 คน เสียชีวิต 14 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 734 หลัง เสียหายทั้งหลัง 14 หลัง มูลค่าความเสียหาย 26,089,219.- บาท มูลค่าการช่วยเหลือ 19,960,999.- บาท

4. ฟ้าผ่า ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากฟ้าผ่า 4 ครั้ง จำนวน 5 ครอบครัว 22 คน เสียชีวิต 2 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 3 หลัง มูลค่าความเสียหาย 38,000.- บาท มูลค่าการช่วยเหลือ 70,246.72 บาท

5. ภัยหนาว จัดซื้อผ้าห่มนวมจากกลุ่มสตรีและหรือกลุ่มแม่บ้านตามโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ส่งไปสนับสนุนจังหวัดต่าง ๆ ที่ประสบภาวะอากาศหนาว ดังนี้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ชัยภูมิอำนาจเจริญ บุรีรัมย์ นครราชสีมา กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม จำนวน 65,625 ผืน เป็นเงิน 10,500,000.- บาท

ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี, จันทบุรี, ตราด, สระแก้ว สุพรรณบุรี และลพบุรี จำนวน 22,500 ผืน เป็นเงิน 3,600,000.- บาท

สนับสนุนเพิ่มเติมแก่จังหวัดที่เคยได้รับการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวไปให้แล้ว แต่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการรวม 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย ขอนแก่น แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ จำนวน 12,655 ผืน เป็นเงิน 2,024,800.- บาท

รวมช่วยเหลือ 19 จังหวัด จำนวน 100,780 ผืน เป็นเงินทั้งสิ้น 16,124,800.- บาท

สรุป

ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกประเภทในเดือนมกราคม 2546 จำนวน 114 ครั้ง 84,276 ครอบครัว 336,140 คน เสียชีวิต 17 คน บ้านเรือนเสียหายบางส่วน 872 หลัง เสียหายทั้งหลัง 148 หลัง มูลค่าความเสียหาย 80,203,189.- บาท มูลค่าการช่วยเหลือ 40,749,599.63 บาท

ในเขตกรุงเทพมหานคร

ในรอบเดือน มกราคม 2546 ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในเขตกรุงเทพมหานคร รวม 6 ครั้ง 145 ราย เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,603,600.- บาท

มติที่ประชุม รับทราบ

4.6 สรุปผลการดำเนินงานของสำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย

ผอ.สม. ได้สรุปผลการดำเนินงานของสำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย ดังนี้

1. กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

การจัดทำ Web Site ตามมติ ครม.

1.1 กำหนดชื่อ Domain Name ใหม่ ในลำดับที่ 3 สำหรับหน่วยงานระดับกรม หรือเทียบเท่า (disaster.go.th)

1.2 กำหนดชื่อ Domain Name หน่วยงานภายในกรม ในลำดับที่ 4 ภายใต้กรมหรือกระทรวงต้นสังกัด

ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เขต 1 ปทุมธานี http://www.pathum.disaster.go.th

เขต 2 สุพรรณบุรี http://www.suphan.disaster.go.th

เขต 3 ปราจีนบุรี http://www.prachin.disaster.go.th

เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ http://www.prachuap.disaster.go.th

เขต 5 นครราชสีมา http://www.ratchasima.disaster.go.th

เขต 6 ขอนแก่น http://www.khonkaen.disaster.go.th

เขต 7 อุบลราชธานี http://www.ubon.disaster.go.th

เขต 8 กำแพงเพชร http://www.kamphaeng.disaster.go.th

เขต 9 พิษณุโลก http://www.phitsanulok.disaster.go.th

เขต 10 ลำปาง http://www.lampang.disaster.go.th

เขต 11 สุราษฎร์ธานี http://www.surat.disaster.go.th

เขต 12 สงขลา http://www.songkhla.disaster.go.th

1.3 ปรับปรุงระบบเครือข่าย Internet ภายในส่วนกลาง โดยเช่าวงจร Leased Line

1.4 ดำเนินการจัดทำระบบฐานข้อมูลภัยน้ำท่วม โคลนถล่ม และออกแบบการเก็บข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย ภัยแล้ง

1.5 จัดทำระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

1.6 กำลังดำเนินการจัดทำระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ Web Mail

1.7 กำลังดำเนินการจัดทำชั้นข้อมูล (GIS) โคลนถล่ม

2. กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา

1. งานคณะทำงานจัดทำระบบข้อมูลป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก

สรุปผลการกำหนดรูปแบบการเก็บข้อมูลอุบัติเหตุจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2546 ของคณะทำงานเฉพาะกิจฯ ชุดที่ 1

1. ผู้รับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูล

2. จำแนกประเภทถนนใหม่เป็น 6 ประเภทตามหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่ ถนนกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท เทศบาล อบต./ อบจ. ถนนส่วนบุคคล และถนนอื่น ๆ

3. ปรับแบบรายงานของ ปภ.ให้ชัดเจนขึ้น โดยในรายละเอียดของผู้ถูกดำเนินคดีให้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับประเภทอาชีพในทุกมาตราการ และในการตรวจติดตามมาตรการ เมาไม่ขับ นั้น ให้จำแนกประเภทของรถด้วย โดยเน้นรถจักรยานยนต์ รถปิกอัพ และรถประเภทต่าง ๆ ตามประกาศของกรมการขนส่งทางบก รวมถึงการตรวจใบอนุญาตขับขี่ด้วย แบ่งเป็น 2 ชุด

ชุดที่ 1 เป็นแบบสรุปภาพรวมรายงานฯ ทุกด้านในแต่ละวันซึ่งจังหวัดจะต้องเก็บรวบรวมส่งตามกำหนดเวลา เช่น ข้อมูลการตั้งด่าน ผลการตรวจตามมาตรการ 3 ม.1 ข. ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ จำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุแยกตามประเภทถนน และมูลค่าความเสียหาย

ชุดที่ 2 เป็นแบบรายงานผลการเรียกตรวจเป็นรายจุด เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงาน ที่อยู่ประจำจุดตรวจเป็นผู้รายงาน มีรายการเช่นเดียวกับ ชุดที่ 1 แต่ไม่มีจำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ แยกตามประเภทถนนและมูลค่า ความเสีย ซึ่งให้ใช้รายงานของตำรวจ

4. การรายงานจำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ และมูลค่าความเสียหายให้ใช้แบบรายงานคดีจราจรทางบกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเพิ่มรายละเอียดประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุ และมูลค่าความเสียหาย

5. รายละเอียดคุณลักษณะหรือสัญลักษณ์ ถนนแต่ละประเภทที่จำแนกตาม ข้อ 2 มอบให้กระทรวงคมนาคม รับไปทำคู่มือ

3. กลุ่มงานมาตรฐานความปลอดภัย

โครงการรัฐ ราษฎร์ร่วมใจต้านภัยแล้ง

ความหมายของโครงการ

การสนับสนุนงบประมาณโดยรัฐ 50%

ลักษณะโครงการ

- ขุดสระน้ำกว้าง 20 ม. ยาว 40 ม. ลึก 3 ม. ที่ระดับความลึก 1.5 ม. มีชานสระกว้าง 2.5 ม.

- ขุดลอกคู/คลอง ปรับปรุงสภาพแหล่งน้ำเดิม คิดค่าใช้จ่ายฝ่ายละกึ่งหนึ่งตามปริมาณงานจริง

4. กลุ่มงานกำกับตรวจสอบ

- การพิจารณากฎหมายและระเบียบ

- พิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยได้พิจารณาร่าง และจัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. 2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน ครั้งที่ 1/2546 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546

หน.ผต. มีข้อเสนอแนะเรื่องการจัดตั้งกลุ่มงานสื่อสารว่าควรมอบให้สำนักมาตรการป้องกัน สาธารณภัย เพราะเป็นเรื่องของวิชาการ และงานเทคนิค จากการประสานกับผู้อำนวยการสำนักสารสนเทศการสื่อสารของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งพร้อมที่จะสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการสื่อสาร Web Site ที่จะขอเปิด จึงขอมอบให้สำนักมาตรการ ป้องกันสาธารณภัย พิจารณาในเรื่องนี้ด้วย

มติที่ประชุม รับทราบ

    1. สรุปผลการดำเนินงานของศูนย์ ปภ.เขตต่าง ๆ

ผอ.ศปจ. (นายเกษม ศาสตรวาหา) ผอ.ศูนย์ ปภ.เขตต่าง ๆ จะประชุมหารือกันก่อนการประชุมกรมฯ ทุกเดือน โดยมีจุดประสงค์ ดังนี้

1. แลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการปฏิบัติงานตามคำสั่งของกรมให้มากที่สุด

2. เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาต่าง ๆ หรือเรื่องที่จะรายงานต่อที่ประชุมหากเหมือนกันจะรวมรายงานครั้งเดียว

ในการประชุมครั้งนี้ ศูนย์ ปภ.ทั้ง 12 เขต มีเรื่องเสนอที่ประชุม จำนวน 4 เรื่อง คือ

1. เรื่องการย้ายศูนย์ที่สกลนคร ไปที่ศูนย์อุบลราชธานี ซึ่งมีปัญหาเรื่องการย้าย และ ที่พักของเจ้าหน้าที่ ซึ่งประธานได้สอบถามและให้แนวทางแก้ไขปัญหาไปแล้ว

2. เรื่องรถกู้ภัย เอนกประสงค์ที่รับโอนมาจากกรมการปกครอง

ผอ.ศกพ. (นายวิภาส ศิริกาญจนพงศ์) ในเรื่องรถกู้ภัยเอนกประสงค์ที่กรมสั่งการไปให้รับจากจังหวัดต่าง ๆ เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ โดยผู้แทนประจำจังหวัด และจังหวัดใดเป็นที่ตั้งของศูนย์ให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์ ปภ.เขต จากการไปประสาน รถกู้ภัยฯ ดังกล่าวมีอุปกรณ์เครื่องมืออยู่เป็นจำนวนมากกว่า 30 รายการ วัสดุอุปกรณ์บางอย่างและตัวรถ จะต้องเก็บไว้ในที่ร่ม เพราะมีทั้งวัสดุที่เป็นสารเคมี และวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายทำให้เกิดปัญหาสรุปได้ 5 ประเด็น บางประเด็นศูนย์สามารถแก้ไขปัญหาได้ บางประเด็นต้องขอรับการสนับสนุนจากกลุ่มงานหรือสำนักต่าง ๆ ปัญหาดังกล่าวคือ

1. ที่จอดรถและที่ซ่อมรถ จำเป็นต้องมีที่จอดรถที่มีหลังคา และที่ซ่อมรถเพราะต้องมีการซ่อมและบำรุงรักษา เดิม สำนักงาน รพช.มีโรงซ่อม แต่จากการแบ่งภารกิจแล้วโรงซ่อมส่วนใหญ่เป็นของกรมทางหลวงชนบท

2. สภาพรถบางคันใช้การได้ บางคันใช้การไม่ได้ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงสภาพให้อยู่ในสภาพที่ดี พร้อมที่จะใช้งาน

3. รถดังกล่าว จำเป็นต้องใช้พนักงานประจำรถ เพื่อปฏิบัติงาน เดิมที่จังหวัดใช้จะมี อส. ประจำรถประมาณ 8 คน แต่คำสั่งของกรมฯ ที่แต่งตั้งให้มีลูกจ้างประจำ ประจำอยู่ที่จังหวัด มีเพียง 2 3 คน เท่านั้น

4. ในเรื่องเจ้าหน้าที่ประจำรถที่ขาด จำเป็นจะต้องมีการอบรมเจ้าหน้าที่ให้รู้จักการใช้เครื่องมือเครื่องใช้ประจำรถดังกล่าว

5. เมื่อมีการซ่อมปรับปรุงสภาพและฝึกเจ้าหน้าที่ ที่จะใช้งานได้แล้ว ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เมื่อมีการเกิดภัย เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ฯลฯ

ทั้ง 5 ประเด็นนี้ มีประเด็นที่ศูนย์ฯ จะต้องขอรับการสนับสนุนจากกรม หรือกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง คือ เรื่องค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสภาพ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ใช้งาน สำหรับที่จอดรถ โรงซ่อม และการฝึกอบรม ศูนย์ฯ สามารถแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ได้

ผอ.กค. สำหรับค่าใช้จ่ายในกรณีที่เกิดภัย ขอให้ศูนย์ฯ กำหนดและวางแผนการใช้จ่ายตามกรอบที่แจกให้ ซึ่งมีงบประมาณจำนวนจำกัด ศูนย์จึงต้องควบคุมการใช้จ่าย ส่วนค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงสภาพ เนื่องจากไม่มีงบลงทุน ที่จะโอนไปในส่วนนี้ได้ ศูนย์จะต้องสำรวจความจำเป็นและขอในลักษณะซ่อมใหญ่เครื่องจักรกลเตรียมไว้ เมื่อกรมมีงบประมาณที่จะสนับสนุนได้ ก็จะโอนให้ต่อไป แต่ในขณะนี้กรมยังไม่มีงบประมาณเพียงพอ ที่จะโอนให้

ในเรื่องนี้เลขานุการ (นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์) ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า มีค่าซ่อมบำรุงโอนตามรถกู้ภัยฯ มา ซึ่งมีประมาณ 30,000 บาท/คัน/ปี จึงน่าจะนำเงินในส่วนนี้ โอนไปให้จังหวัดที่มีความเสียหายมาก เพราะแต่ละจังหวัดจะมีความเสียหายมากน้อยต่างกัน โดยพิจารณาตามความจำเป็นเร่งด่วน สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำรถจะต้องมีการอบรมเพิ่มเติม เพราะเจ้าหน้าที่ 2 คน ที่ประจำอยู่ที่จังหวัด ไม่สามารถดูแลรถได้ หรือถ้าจำเป็นต้องออกปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ 2 คน ก็ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เช่นกัน จึงเสนอต่อที่ประชุมว่า หากจังหวัดใดประสงค์ที่จะใช้รถ ก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำเรื่องเสนอมายังกรม ปภ.เพื่อพิจารณา เพราะจังหวัดจะมีเจ้าหน้าที่ อส.เดิมที่ประจำรถ มีที่พัก มีที่จอดรถอยู่แล้ว

ผอ.สม. สำนักมาตรการฯ มีความเห็นว่า รถซึ่งอยู่ในจังหวัดที่มีศูนย์ตั้งอยู่ ก็ให้นำรถมาไว้ที่ศูนย์ สำหรับจังหวัดใดที่ต้องการใช้รถ สำนักมาตรการฯ ก็พิจารณาต่อไป

3. เรื่องผู้แทนกรม ปภ. ประจำจังหวัด

ผอ.ศนม. (นายวิทยา อังเรขพาณิชย์) เนื่องจากกรมมีคำสั่งแต่งตั้งผู้แทน กรม ปภ. ประจำจังหวัด ซึ่งศูนย์ได้หารือพบว่ามีปัญหาที่จะเรียนให้ที่ประชุมทราบ คือ

1. ปัญหาเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ เดิมจะขอใช้ร่วมกับกรมทางหลวงชนบท หรือกรมทรัพยากรน้ำ แต่ปัจจุบันทั้ง 2 กรม ก็มีงบประมาณ จำกัด ทำให้เกิดปัญหาเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์ โทรสาร ฯลฯ และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำเป็นต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน จึงขอให้กรมฯ ทำเรื่องเสนอขอใช้วัสดุอุปกรณ์ร่วมกับปกครองจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาในจุดนี้ด้วย

2. ปัญหาเรื่องอัตรากำลัง ขณะนี้ได้จัดคนของศูนย์ไปประจำที่จังหวัดเนื่องจากไม่ได้มีการปรึกษากันก่อน จะเห็นว่ามีหลายตำแหน่งที่ให้ตำแหน่งสำคัญของศูนย์ไปประจำจังหวัด ทำให้เกิดผลเสีย จากการหารือกับกองการเจ้าหน้าที่ จะขออนุมัติต่ออธิบดี ที่จะขอให้ ผอ.ศูนย์ มีอำนาจในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งภายในศูนย์เพื่อให้สอดคล้องในการปฎิบัติงาน และคำสั่งที่ออกมานั้นส่วนใหญ่จะให้คนอยู่ ณ ที่เดิม ทำให้คนของศูนย์นี้ไปปฏิบัติงานในศูนย์อื่นบ้าง ทำให้ไม่มีความมั่นใจในการทำงานว่าต่อไปจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ จะมีการย้ายอีกหรือไม่ และทำให้บางศูนย์ขาดเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้วย

ประธาน ในขณะนี้กรอบอัตรากำลังจะยังไม่แน่นอนและลงตัว เพราะเป็นกรมที่ตั้งใหม่ ปัญหาจึงมีมากมาย อาจจะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ตอนนี้จึงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปพลางก่อน สำหรับเรื่องวัสดุอุปกรณ์ กรมจะทำเรื่องถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ขอใช้ร่วมกับปกครองจังหวัด เรื่องอัตรากำลังสำคัญของศูนย์ที่ไปปฏิบัติงานที่จังหวัด ถ้าศูนย์ต้องการก็ให้สับเปลี่ยนภายในได้เพื่อให้งานลุล่วงไปด้วยดี

 

4. เรื่องการสำรวจออกแบบโครงการแก้ไขปัญหาการป้องกันอุทกภัยและภัยแล้ง

ผอ.ศสพ. (นายอวยชัย อัศวลาภสกุล) สืบเนื่องมาจากสำนักมาตรการได้ส่งคำสั่งกรม ให้แต่ละศูนย์สำรวจข้อมูลโครงการแก้ไขปัญหาการป้องกันอุทกภัยและภัยแล้ง จังหวัดละ 5 โครงการ และสำรวจออกแบบ 2 โครงการเตรียมไว้เพื่อของบประมาณ ซึ่งค่าสำรวจข้อมูลประมาณ 3,200 บาท ค่าสำรวจออกแบบโครงการละ 60,000 บาท ในขณะนี้ปรากฏว่ายังไม่มีงบประมาณไม่ทราบว่า กรมมีมาตรการที่จะให้ศูนย์ดำเนินการอย่างไร เพราะขณะนี้อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ในการสำรวจของศูนย์ได้มอบให้กรมทางหลวงชนบท และกรมทรัพยากรน้ำ ตามภารกิจไปแล้ว ถ้าจะให้ศูนย์ดำเนินการต่อไป กรมก็ควรจัดสรรงบประมาณไปให้ศูนย์ เพราะการสำรวจออกแบบในเรื่องการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการผิดพลาด

ประธาน ตามนโยบายของกรม ต้องการให้ศูนย์มีงานทำ มีงบประมาณใช้จ่ายแต่ขณะนี้กรมยังไม่มีงบประมาณ ในการสำรวจออกแบบ คงต้องให้ศูนย์ชะลอการสำรวจออกแบบไว้ก่อน จนกว่าจะมีงบประมาณในส่วนนี้ แต่ถ้าศูนย์มีแบบเก่าหรือมีทางอื่นที่จะดำเนินการก็ให้เสนอเข้ามา เพื่อพิจารณาต่อไป

มติที่ประชุม รับทราบ

ปิดประชุม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ครั้งที่ 2/2546 เวลา 18.30 น.

 

(น.ส.จิรวัฒน์ เกตยืนยง)

 เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 5

(นางชนิดา แสงวิเชียร)

 เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 7

ผู้จดรายงานการประชุม

ผู้ตรวจรายงานการประชุม