แนวทาง

การดำเนินการตามความตกลงอาเซียนว่าด้วยการจัดการภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน  (22 ..48)

ส่วนของความตกลง

      รายละเอียดความตกลงที่ทุกประเทศอาเซียนจะต้องปฏิบัติ

หน่วยงานที่รับผิดชอบ

 

ภาคที่

 

ข้อที่

 

ข้อความในความตกลง

 

แนวทางดำเนินการ

หน่วยงาน กรม ปภ.

 

หน่วยงานอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง

เจ้าภาพ หลัก

หน่วยงานสนับสนุน

2. การกำหนดความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ การประเมินผล และการตรวจสอบ

 

 

 

ข้อ 5

การกำหนด และการตรวจสอบความเสี่ยง

1. แต่ละภาคีจะหามาตรการที่เหมาะสม เพื่อกำหนดความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ ภายในเขตอาณาของตน โดยครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

.ภัยที่เกิดจากธรรมชาติและมนุษย์

.การประเมินความเสี่ยง

.การตรวจสอบสภาพความล่อแหลม

.ขีดความสามารถในการจัดการภัยพิบัติ

2. ภาคีจะกำหนดระดับความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ตรวจสอบได้จากแนวทางที่ตกลงกันไว้

3. แต่ละภาคีจะทำให้แน่ใจว่าศูนย์ประสานงานแห่งชาติจะแจ้งข้อมูลข้างต้นอย่างสม่ำเสมอตามที่ตกลงกันไปยังศูนย์ประสานงานอาเซียน เพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมต่อการจัดการภัยพิบัติ ซึ่งในที่นี้เรียกชื่อย่อว่า “ศูนย์ เอเอชเอ” ที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 20 ของความตกลงนี้

4. ศูนย์ เอเอชเอ จะรับและรวบรวมข้อมูลที่ได้วิเคราะห์แล้ว และข้อเสนอแนะต่อระดับความเสี่ยงภัย จากศูนย์ระสานงานแห่งชาติ จากข้อมูลดังกล่าว ศูนย์ เอเอชเอ
จะแจกจ่ายข้อมูลที่ได้วเคราะห์แล้วและระดับความเสี่ยงภัยที่เกิดจากอันตรายที่สามารถตรวจพบได้ ไปยังแต่ละภาคี ผ่านศูนย์ประสานงานแห่งชาติ เมื่อเห็นสมควร ศูนย์ เอเอชเอ จะทำการวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระดับภูมิภาค

 

1.       จัดประชุมหน่วยงานและองค์กรเครือข่ายเพื่อศึกษาและจัดทำข้อมูลความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ให้ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้

-   การประเมินความเสี่ยง

-   การตรวจสอบสภาพความ
ล่อแหลม

-   การประเมินขีดความสามารถในการจัดการภัยพิบัติ

-   การกำหนดระดับความรุนแรงของภัยพิบัติ

2.       แจ้งข้อมูลความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ
แก่ศูนย์ เอเอชเอ

สน.

1. สว.

2. ศท.

3. สม.

1. ทส.  (คพ, ทณ, ทน)

2. อส. (รอ, กนก)

3. กห. (อท.ทร.)

4. คค. (ขนพ, ขส)

5. กษ. (ปศ, ปม,  วกษ, ชป.)

6. ทสส.

7. สธ. (คร)

8.  ADPC

9. วศท.

10.  องค์กรเครือข่ายอื่น ๆ

 

 

 

3.

การป้องกัน และบรรเทา ภัยพิบัติ

ข้อ 6

การป้องกันและการ บรรเทา

1.ภาคีจะพัฒนายุทธศาสตร์เพื่อกำหนด ป้องกัน และลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยพิบัติ โดยร่วมกัน หรือโดย
เอกเทศ

2.แต่ละภาคี จะหามาตรการเพื่อลดความเสียหายจากภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึง

.  พัฒนาและอนุวัติกฎหมาย และกำหนดกฏ ระเบียบต่างๆ รวมทั้ง นโยบาย แผนงาน โครงการ และ
ยุทธวิธีต่างๆ

.  เสริมสร้างขีดความสามารถในการจัดการภัยพิบัติและการประสานงาน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

.  ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกต่อสาธารณชน การศึกษา และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

.   ส่งเสริมและใช้ความรู้ และการปฏิบัติของพื้นเมือง

 

3.   ภาคีจะร่วมมือในการพัฒนาและอนุวัติโครงการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติระดับภูมิภาค เพื่อเอื้ออำนวยต่อความพยายามระดับชาติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พัฒนายุทธศาสตร์ด้านคน ระบบ เครื่องมือ โดย

ด้านคน

-    จัดตั้งวิทยาลัย ปภ.และวิทยาเขตใน
ภูมิภาค

-    ประสานความร่วมมือและทำข้อตกลง รับความช่วยเหลือด้าน ผชช.ทั้งในและ ต่างประเทศ

-    การฝึกอบรม อปพร.ทุกพื้นที่ ทุกปี

-    อบรม ปชช.ให้มีความรู้ สามารถ
ปกป้องตนเอง ครอบครัวและชุมชน

-    ให้ จนท.ปฏิบัติงานในศูนย์อำนวยการฯ เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง

ด้านระบบ

-   จัดทำแผนปฏิบัติการฉุกเฉินภัยพิบัติ แห่งชาติ

-   จัดให้มีชุดปฏิบัติการค้นหา และช่วยชีวิตที่มีประสิทธิภาพทั้งในระดับจังหวัด และท้องถิ่น

-   ให้ทุกจังหวัดฝึกซ้อมแผนสม่ำเสมอ

-   จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหา

-   ปรับปรุงระบบข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่รองรับการอพยพ

-   ติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัย เครื่องวัดปริมาณน้ำฝนในพื้นที่หมู่บ้านเสี่ยงภัย

สส.

1. สน.

2. ศอ.

3. สม.

4. สว.

5. สช.

6. ปถ.

7. ผพ.

 

 

1. ทสส. (อต)

2. กษ. (ชป, พด)

3. ทส. (ทน)

4. ศตช.

5. กค. (ศก)

6. คค. (ขส.)

7. ยธ.

8. สตช.

9. มท. (ปถ, ปค. พช.)

10.  กต.

11.  พม.

12.  ศธ

13.  ADPC

 

 

3.

การป้องกัน และบรรเทา ภัยพิบัติ (ต่อ)

ข้อ 6

การป้องกันและการ บรรเทา (ต่อ)

 

ด้านเครื่องมือ

-    ศึกษา วิจัย และผลิตเครื่องมืออุปกรณ์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

-    เตรียมความพร้อมเรื่องเครื่องกล ยานพาหนะ เครื่องมืออุปกรณ์สำหรับปฏิบัติการด้านการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัย

-    พัฒนาและปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการ
บริหารจัดการสาธารณภัย (MIS/GIS)

-    สำรวจและจัดเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ ไว้ให้พร้อมใช้งาน

-    กำหนดนโยบายให้ จนท.ชุดเผชิญเหตุ เข้าปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้องตาม กฎหมาย

-    ตรวจสอบและดำเนินการปรับปรุง กฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ให้
สอดคล้องกับความตกลง

-    ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและ ระเบียบให้สอดคล้องกับความตกลง

-    จัดให้มีและพัฒนาแผนปฏิบัติการ
ฉุกเฉินภัยพิบัติแห่งชาติ

-    พัฒนาเครื่อข่ายระหว่างกรม ปภ.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 

สส.

 

 

3.

การป้องกัน และบรรเทา ภัยพิบัติ (ต่อ)

ข้อ 6

การป้องกันและการ บรรเทา (ต่อ)

 

-    เสริมสร้างและขยายผลเกี่ยวกับการ
จัดการภัยพิบัติโดยอาศัยชุมชนเป็นฐาน

-    จัดให้มีการพัฒนาศักยภาพและ
อำนวยการเกี่ยวกับกิจการ อปพร.

-    เผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ ในการสร้างจิตสำนึกการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยแก่ประชาชน

-    จัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่เอกชน ประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

-    ส่งเสริมให้ชุมชนร่วมแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจในการจัดการภัยพิบัติ
ทุกขั้นตอน

-    ส่งเสริมการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการลดภัยพิบัติ โดยร่วมมือกับหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

-    พัฒนานโยบาย ผลักดันและกระชับความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยระดับภูมิภาค

 

 

 

 

 

สส.

 

 

ภาคที่ 4

การเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติ

ข้อที่ 7

การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า

1. ภาคีจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร จัดตั้ง ดูแล และทบทวนเป็นระยะๆ ระบบเตือนภัยล่วงหน้าระดับชาติ
 รวมทั้ง

. ประเมินความเสี่ยงต่อภัยพิบัติอย่างสม่ำเสมอ

. ระบบข้อมูลการเตือนภัยล่วงหน้า
. เครือข่ายการติดต่อสื่อสาร เพื่อให้สามารถแจ้ง
    ข้อมูล ได้ทันท่วงที
.  การตื่นตัวของสาธารณชน และการเตรียมพร้อม  

    ที่จะปฏิบัติการ เมื่อได้รับการเตือน

2. ภาคีจะร่วมมือกัน ตามที่เห็นสมควร ในการตรวจสอบภัยพิบัติที่มีผลกระทบข้ามเขตแดน ในการแลกเปลี่ยนข้อสนเทศ และแจ้งการเตือนภัยล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ

1)   จัดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า

2)   ประเมินความเสี่ยงภัยอย่างสม่ำเสมอ

3)   จัดทำแผนที่เสี่ยงภัย และระบบเครือข่ายการแจ้งเหตุและเตือนภัยล่วงหน้า

4)  จัดตั้งระบบการติดต่อสื่อสารโทรคมนาคม และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

5)   สร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกประชาชนให้เตรียมความพร้อม

 6)  ตรวจสอบภัยพิบัติที่มีผลกระทบ
ข้ามแดน

 7)  แลกเปลี่ยนข้อสนเทศและการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ

ศอ.

1.       สม.

2.       สว.

3.       ศท.

4.       สส.,

5.       วปภ.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1. ศตช.

2. ทส. (ทณ.)

3. ทสส.

4. สร. (ปชส)

5. สมช.

6. อื่น ๆ

 

ภาคที่ 4

การเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติ (ต่อ)

ข้อที่ 8

การเตรียม
ความพร้อม

1.  ภาคีจะร่วมมือกันหรือโดยเอกเทศ พัฒนากลยุทธ์และแผนงานตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อลดการสูญเสียจาก ภัยพิบัติ

2.  ภาคีจะเตรียมกระบวนการปฏิบัติการมาตรฐานเพื่อความร่วมมือระดับภูมิภาคและดำเนินการระดับชาติที่เห็นเหมาะสม ภายใต้ความตกลงฉบับนี้  ดังต่อไปนี้

.  ระบบเตรียมพร้อมระดับภูมิภาคเพื่อบรรเทาภัยพิบัติและตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน

.  การใช้บุคลากรทางทหารและพลเรือน อุปกรณ์ขนส่งและสื่อสาร สิ่งอำนวยความสะดวก สินค้าและบริการ  และอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายข้ามแดน

. ประสานการปฏิบัติการเพื่อบรรเทาภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกัน

 

 

 

 

 

 

 

1)  พัฒนากลยุทธ์และแผนงานตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อลดการสูญเสียจากภัยพิบัติ

 2)  จัดทำแผนปฏิบัติการตอบโต้ภัยพิบัติฉุกเฉิน

3)  จัดทำระบบเตรียมพร้อมระดับภูมิภาคเพื่อบรรเทาภัยพิบัติและตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน

4)  จัดทำแผนการใช้บุคลากรทางทหารและพลเรือนอุปกรณ์ขนส่งและสื่อสาร สิ่งอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายข้ามแดน

5)   จัดระบบประสานการปฏิบัติเพื่อบรรเทาภัยพิบัติและการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน

 

ศอ.

1.       สน.

2.       สม.

3.       สช.

4.       สว.

 

 

 

 

 

 

1.       ศบภ.กห.

2.       พม.

3.       กต.

4.       กค. (ศก)

 

ภาคที่ 4

การเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติ (ต่อ)

ข้อที่ 8

การเตรียม
ความพร้อม (ต่อ)

3.  ภาคีจะร่วมกันหรือต่างยกระดับความสามารถระดับชาติอย่างเหมาะสม นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เพื่อ

.  อำนวยความสะดวกในการระดมทรัพยากรของชาติเพื่อสนับสนุนระบบเตรียมพร้อมระดับภูมิภาคเพื่อบรรเทาภัยพิบัติและตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน

. ประสานกับคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงของอาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวกในการมอบข้าวจากคลังสำรองข้าวเพื่อเหตุฉุกเฉินอาเซียน

.  ดำเนินการฝึกอบรมและซ้อมเพื่อได้เรียนรู้และคุ้นเคยกับขั้นตอนการปฏิบัติการมาตรฐาน

4.   แต่ละภาคีจะแจ้งศูนย์ เอเอชเอ ถึงทรัพยากรที่มี           อย่างสม่ำเสมอ  สำหรับระบบเตรียมพร้อมระดับภูมิภาคเพื่อบรรเทาภัยพิบัติและตอบโต้สถานการณ์
ฉุกเฉิน

 

 

1)   จัดทำแผนการระดมทรัพยากรของชาติเพื่อสนับสนุนระบบเตรียมพร้อมระดับภูมิภาคในการบรรเทาภัยพิบัติและตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน  

2)   การยกระดับความสามารถในระดับชาติเรื่องการประสานกับคณะกรรมการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงของอาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวกในการมอบข้าวจากคลังสำรองข้าวเพื่อเหตุฉุกเฉินอาเซียน

3)  จัดให้มีการฝึกอบรมและฝึกซ้อมการบรรเทาภัยพิบัติและตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินปฏิบัติการตามแผนฯ ร่วมกัน

4)   จัดระบบการแจ้งศูนย์ เอเอชเอ ถึงทรัพยากรที่มีอย่างสม่ำเสมอสำหรับระบบเตรียมความพร้อมระดับภูมิภาคเพื่อบรรเทาภัยพิบัติและตอบโต้สถานการณ์ ฉุกเฉิน

 

 

 

 

ศอ.

 

 

 

 

1.       สน.

2.       สม.

3.       สช.

4.       สส.

5.       วปภ.

6.       สว.

 

 

1.       ศบภ.กห

2.       สธ.

3.       ทส.

4.       กษ.

5.       พณ.

6.       กต.

 

ภาคที่ 4

การเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติ (ต่อ)

ข้อ 9

ระบบเตรียมความพร้อมระดับภูมิภาค ฯ

 

1. แต่ละภาคีจะกำหนดจำนวนทรัพยากรและขอบข่ายความสามารถ โดยความสมัครใจสำหรับระบบเตรียมพร้อมระดับภูมิภาคเพื่อบรรเทาภัยพิบัติและตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ

. บัญชีหน่วยงานตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน/การค้นหาและช่วยเหลือ

. ทรัพย์สินทางทหารและพลเรือน

. คลังปัจจัยในการบรรเทาภัยพิบัติฉุกเฉิน

. ผู้เชี่ยวชาญการจัดการภัยพิบัติและเทคโนโลยี

2. จะมีการแจ้งจำนวนทรัพยากรและขอบข่ายความสามารถดังกล่าวไปยังแต่ละภาคี รวมทั้งศูนย์ เอเอชเอ และมีการปรับปรุงสถานะล่าสุดโดยภาคีที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น

3. ศูนย์ เอเอชเอ จะรวบรวม ปรับสถานะล่าสุดและแจกจ่ายข้อมูล จำนวนทรัพยากรและขอบข่ายความสามารถและติดต่อกับภาคีทั้งหมด เพื่อการใช้ประโยชน์

4. เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำทรัพยากรที่เตรียมไว้ในย่อหน้าที่ 1 ไปใช้ประโยชน์ แต่ละภาคีจะกำหนดเครือข่าย บริเวณจุดนำเข้า ปัจจัย และเดินทางเข้าของผู้เชี่ยวชาญจากผู้ให้

 

1)  กำหนดจำนวนทรัพยากรและขอบข่ายความสามารถ และจัดทำ

 -   ขอบข่ายการติดต่อสื่อสารหลัก/รอง

 -   บัญชีหน่วยงานตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน/การค้นหาและช่วยเหลือ

 -   บัญชีเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องจักรกลในการปฏิบัติการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินทั้งของฝ่ายทหารและพลเรือน

 -   คลังปัจจัยในการบรรเทาภัยพิบัติฉุกเฉิน

 -   ผู้เชี่ยวชาญการจัดการภัยพิบัติและเทคโนโลยีเน้นในด้านการภู้ภัยและค้นหาผู้ประสบภัย (SAR) ด้านการป้องกันและควบคุมโรค ด้านการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิต

2)  แจ้งจำนวนทรัพยากรและขอบข่ายความสามารถดังกล่าวไปยังแต่ละภาคี รวมทั้งศูนย์ เอเอชเอ

3)  ปรับปรุงสถานะล่าสุดตามความเหมาะสม

4)   รับข้อมูลจากศูนย์ เอ เอช เอ และแจกจ่ายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยทราบเพื่อใช้ประโยชน์

5)   กำหนดเครือข่าย บริเวณจุดนำเข้า ปัจจัย และการเดินทางเข้าของผู้เชี่ยวชาญจากผู้ให้การสนับสนุน

 

 

ศอ.

 

 

1.       สช.

2.       สม

3.       ศท.

4.       สช.

5.       สน.

6.       สว.

 

1.       กต.

2.       ศบภ.กห.

3.       ทสส.

4.       สธ.

5.       พง.

6.       อก.

7.       ยธ.

8.       สตช.

9.       ศธ.

10.    ทส.

 

 

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์

ข้อ10

การตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ

1. แต่ละภาคีจะให้ความมั่นใจตามกฎหมายภายในว่ามีการกำหนดมาตรการที่จำเป็นสำหรับการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุ บุคลากร และเงินทุนที่ต้องใช้เพื่อตอบโต้ภัยพิบัติ

2. แต่ละภาคีจะแจ้งให้ภาคีต่างๆ และ ศูนย์ เอเอชเอ ทราบถึงมาตรการดังกล่าว

1. ขจัดปัญหาอุปสรรคที่เกิดจากกฎหมายภายในเท่าที่จำเป็น เพื่อให้การเคลื่อนย้าย อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก วัสดุ บุคลากร รวดเร็วมีประสิทธิภาพปลอดภัย โดยการ

 -   ตรวจสอบกฎหมายภายใน เช่น กฎหมายศุลกากร  กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง  กฎหมายขนส่ง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศว่ามีปัญหาอุปสรรคใดหรือไม่

-   แก้ไขกฎหมายที่เห็นว่าเป็นอุปสรรค หรือยกร่างกฎหมายเพื่อสร้างกลไกเฉพาะเรื่อง ให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น

2. ตรวจสอบแหล่งเงินทุนตามกฎหมายภายในประเทศว่ามีที่มาจากแหล่งใดบ้าง ในการใช้ตอบโต้ภัยพิบัติ และมีเพียงพอหรือไม่เพื่อหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข กฎหมายในการจัดหาเงินทุนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

3. ดำเนินการโดยคณะกรรมการร่วมระหว่างพนักงาน

4. ขอความเห็นชอบการดำเนินการจากคณะรัฐมนตรี

 

สม.

1.       ศอ.

2.       ปถ.

3.       สช.

4.       กค.

5.       ศอ.

1.       กต. (สกม, อซ)

2.       คค. (ขนพ, ขส,ขอ, ทล, ทช, สนผ)

3.       กค. (บก)

4.       สร. (สงป.)

5.       สตช. (ตม)

6.       กฏก.

 

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์ (ต่อ)

ข้อ 11

การตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินร่วมกันภายใต้กรอบความช่วยเหลือ

1. หากภาคีใดต้องการความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินในเขตอาณาของตน  ก็สามารถร้องขอความช่วยเหลือจากภาคีอื่น  ทั้งโดยตรงหรือผ่านศูนย์ เอเอชเอ หรือเมื่อจำเป็นจากผู้ให้อื่น

2. การระดมความช่วยเหลือจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการร้องขอและการยินยอมจากภาคีผู้ขอ หรือเมื่อมีการเสนอให้ความช่วยเหลือจากภาคีอื่น โดยได้รับความยินยอมจากภาคีผู้รับ

3.ภาคีผู้ขอจะแจ้งให้ทราบถึงขอบข่ายและประเภทของความช่วยเหลือที่ต้องการ และเพื่อผลทางปฏิบัติ แจ้งข้อมูลที่จำเป็นให้ผู้ให้ได้ทราบเพื่อจะได้พิจารณาได้ว่าสามารถให้ความช่วยเหลือได้หรือไม่ ในกรณีที่ภาคีผู้ขอไม่สามารถระบุขอบข่ายและประเภทของความช่วยเหลือได้  ภาคีนั้นและผู้ให้จะหารือเพื่อประเมินและพิจารณาขอบข่ายและประเภทของความช่วยหลือร่วมกัน

4. แต่ละภาคีที่ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือโดยตรง จะตัดสินใจทันทีและแจ้งให้ภาคีผู้ขอทราบทันทีทั้งโดยตรงหรือผ่านศูนย์เอเอชเอว่าพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือตามที่ขอ และขอบข่ายหรือเงื่อนไขของความช่วยเหลือนั้นได้หรือไม่

5. แต่ละภาคีที่ได้รับข้อเสนอให้ความช่วยเหลือโดยตรงจะพิจารณาและรีบแจ้งโดยทันทีว่าจะรับความช่วยเหลือที่เสนอมา และขอบข่าย และเงื่อนไขของความช่วยเหลือหรือไม่

   โดยตรงหรือผ่านศูนย์เอ เอช เอ

6. ภาคีจะกำหนดและแจ้งศูนย์เอ เอช เอ ถึงจำนวนบุคลากร ทั้งทหารและพลเรือน ผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และปัจจัยที่จะจัดให้สำหรับการให้ความช่วยเหลือแก่ภาคีต่าง ๆ ในเหตุการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉิน และเงื่อนไข โดยเฉพาะทางด้านการเงินที่จะให้ความช่วยเหลือ

1.   การกำหนดถึงจำนวนบุคลากร ทั้งทหารและพลเรือน  ผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก และปัจจัยที่จะจัดให้สำหรับการให้ความช่วยเหลือ

2. ให้แต่ละภาคีกำหนดจำนวนทรัพยากรและขอบข่ายความสามารถโดย
สมัครใจ

3.  สำรวจเพื่อจัดทำฐานข้อมูล

- บัญชีหน่วยงานตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน/ค้นหา และช่วยเหลือ

- ทรัพย์สินทางทหารและพลเรือน

- ปัจจัยการดำรงชีวิตพื้นฐานในการบรรเทาภัยพิบัติ

- ผู้เชี่ยวชาญการจัดการภัยพิบัติและเทคโนโลยี

4. ปัจจัยทางด้านการเงิน รวมทั้งเงื่อนไขทางการเงินสำหรับให้ความช่วยเหลือนั้นจะแจ้งศูนย์ เอเอชเอ ต่อเมื่อกระบวนการภายในของไทยตามข้อ 10.1 เกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายภายในที่จำเป็น สำหรับเงินทุนที่ต้องใช้เพื่อตอบโต้ภัยพิบัติได้สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว

 

สม.

 

1.       ศอ.

2.       กค.

3.       สช.

4.       สส.

5.       สว.

1. กห (บก.สส. ทบ, ทร. ทอ.

2. ยธ. (นว)

3. สธ (กพ, สจ. คร)

4. ทสส.

5. เนคเทค

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์ (ต่อ)

ข้อ 12

ทิศทางและการควบคุมการช่วยเหลือ

1. ภาคีผู้ขอและภาคีผู้ให้ จะมีบทบาทนำ ควบคุม ประสานงาน กำกับดูแลความช่วยเหลือทั้งหมดในเขตอาณาของตน ในกรณีที่มีบุคลากรทางทหารและพลเรือนเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ให้จะกำหนดตัวบุคคลโดยหารือกับภาคีผู้รับหรือผู้ให้ ที่จะทำหน้าที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของบุคลากรและอุปกรณ์ที่จัดส่งให้ บุคคลดังกล่าว ขอเรียกว่าหัวหน้าปฏิบัติงานความช่วยเหลือ จะปฏิบัติงานโดยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาคีผู้ขอและผู้ให้

2. ภาคีผู้ขอและภาคีผู้ให้จะจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในท้องถิ่นเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือ การให้ความคุ้มครองบุคลากร อุปกรณ์และวัสดุนำเข้ามาในเขตอาณาจากผู้ให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้  บุคลากรทางทหารและเจ้าหน้าที่พลเรือนที่เกี่ยวข้องจะต้องไม่พกพาอาวุธ

3. ผู้ให้ความช่วยเหลือ และภาคีผู้รับ จะหารือและประสานงานกันในกรณีที่มีการเรียกร้องความเสียหาย สูญเสีย ทรัพย์สินของผู้อื่นหรือการบาดเจ็บหรือความสูญเสียของบุคลากรของทั้งสองภาคีที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นอกเหนือจากการกระทำที่เกิดจากความประมาท

4. ปัจจัยและวัสดุเพื่อบรรเทาที่จัดไว้โดยผู้ให้ ควรจะได้มาตรฐานคุณภาพที่กำหนดไว้โดยภาคีที่เกี่ยวข้อง  เพื่อการบริโภคและใช้สอย

1)  ควบคุม ประสานงาน กำกับดูแลความช่วยเหลือทั้งหมดในเขตอาณาของตน

- ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน .. 2522 ในการกำหนดกรอบแนวทางกระบวนการปฏิบัติงานและหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 - จัดตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อควบคุม ประสานงาน กำกับดูแลความช่วยเหลือทั้งหมด

2)  กำหนดตัวบุคคลเป็นหัวหน้าปฏิบัติงานความช่วยเหลือ โดยหารือกับภาคีผู้รับหรือผู้ให้  เพื่อทำหน้าที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของบุคลากรและอุปกรณ์ที่จัดส่งให้

 3) กำหนดตัวบุคคลเป็นหัวหน้าปฏิบัติงานความช่วยเหลือ  โดยยึดแนวทางการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.. 2522

 

 

สช.

 

 

 

1.       ศอ.

2.       สม.

3.       สว.

1.       สธ (กพ, คร, สจ, นม)

2.       กต. (อซ)

3.       ยธ (นว)

4.       กห (บก.สส)

5.       มท. (ปค)

6.       สตช.

7.       สกช.

 

     

 

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์ (ต่อ)

ข้อ 12

ทิศทางและการควบคุมการช่วยเหลือ (ต่อ)

 

4)   จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในท้องถิ่น เท่าที่เป็นไปได้  เพื่อความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือ ได้แก่

    - บัญชีสิ่งของอำนวยความสะดวกและบริการในท้องถิ่น 

    - บัญชีหน่วยงานตอบโต้สถานการณ์ ฉุกเฉิน / การค้นหาและช่วยเหลือ

    - บัญชีเครื่องมืออุปกรณ์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งในส่วนของทหารและพลเรือน

    - บัญชีผู้เชี่ยวชาญการจัดการภัยพิบัติและเทคโนโลยีเฉพาะด้าน

      บัญชีเหล่านี้สามารถระดมทรัพยากรบุคคล รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในท้องถิ่น เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วทั้งในส่วนของภายในและภายนอกประเทศ ดำเนินการโดยอาศัยอำนาจของ พรบ,
ปพร. .. 2522

5)   การให้ความคุ้มครองบุคลากร รวมทั้งอุปกรณ์และวัสดุนำเข้ามาในเขตอาณาจากผู้ให้ความช่วยเหลือ

   - คุ้มครองบุคลากร อุปกรณ์และวัสดุที่นำเข้ามาในเขตอาณาโดยดำเนินการตามกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง อำนวยความสะดวกภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

สช.

1.       สว.

2.       สม.

3.       ศอ.

1.       กต. (อซ, กส)

2.       กค. (ศก)

3.       กห (บก.สส)

4.       มท. (ปค)

5.       สตช.

6.       สกช.

 

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์ (ต่อ)

ข้อ 12

ทิศทางและการควบคุมการช่วยเหลือ (ต่อ)

 

-  ดำเนินการประสานระหว่างภาคีผู้ให้ความช่วยเหลือ และผู้รับการช่วยเหลือ ในกรณีที่มีการเรียกร้องความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการกระทำที่เกิดจากความประมาท

-  ร่างข้อตกลงว่าด้วยการชดเชยค่าเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในส่วนของตัวผู้ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือ และผู้ที่รับได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบเป็น  3 ส่วน  คือ  1)  ประเทศผู้ให้ 2)  ประเทศผู้รับ 3)  ศูนย์เอ เอช เอ     โดยพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  เช่น  พรบ. สงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติหรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ..2543 กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องตาม พรบ.นี้ หรืออื่น ๆ

 - แนวทางการปฏิบัติของสหประชาชาติในเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานของสภากาชาดสากล โดยนำระบบประกันชีวิต และประกันวินาศภัยมาใช้ เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของบุคลที่ได้รับผลกระทบ  เสนอที่ประชุมอาเซียนพิจารณาร่างข้อตกลงรายละเอียดความตกลงที่ทุกประเทศอาเซียนจะต้องปฏิบัติแนวทางการดำเนินการ

- กำหนดมาตรฐานคุณภาพปัจจัยและวัสดุให้ได้ตามมาตรฐาน กล่าวคือ  ประเภทบริโภค ใช้มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ประเภทใช้สอย ใช้มาตรฐานกระทรวงอุตสาหกรรม   

สช.

 

 

1.       สม.

2.       สม.

3.       สว.

 

 

 

 

 

 

 

1.       สธ (อย.)

2.       อก. (สมอ)

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์ (ต่อ)

ข้อ 13

ความเคารพในกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของประเทศ

1. สมาชิกที่ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือจะละเว้นการกระทำหรือกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องต่อหน้าที่และวัตถุประสงค์ของความตกลงฉบับนี้

2. สมาชิกที่ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือจะเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับของประเทศ  หัวหน้าปฏิบัติงานความช่วยเหลือจะมีมาตรการที่จำเป็น

   เพื่อประกันว่าจะมีการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของประเทศ  ภาคีผู้รับจะให้ความช่วยเหลือ เพื่อประกันว่าสมาชิกที่ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของประเทศ

1. อบรมสร้างความรู้ความเข้าใจในส่วนสาระสำคัญของความตกลงอาเซียนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แก่เจ้าหน้าที่จะไปปฏิบัติการช่วยเหลือให้ดำเนินงานอยู่ในกรอบความตกลง

2. พิจารณาหามาตรการและแนวทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติให้ความช่วยเหลือ เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย โดยการ

- อบรมสร้างความรู้ ความเข้าใจในส่วนสาระสำคัญของกฎหมายของประเทศที่จะไปปฏิบัติการช่วยเหลือและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

- กำหนดเงื่อนไขและวิธีการส่งตัวเจ้าหน้าที่กลับประเทศ หากมีการละเมิดหรือมีพฤติการณ์ว่าจะละเมิดกฎหมายขึ้น

- หากมาตรการอื่นใดทางกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับซึ่งมีความเป็นไปได้ที่มีสภาพบังคับแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเป็นไปตามข้อตกลง ข้อ 10 นี้

3. ดำเนินการโดยคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงาน

4. ขอความเห็นชอบการดำเนินการจากคณะรัฐมนตรี

สม.

1.       ศอ.

2.       กจ.

3.       วปภ.

1.  กต. (สกม, อซ)

2.  สนง.อัยการ

3.  กฎก.

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์ (ต่อ)

ข้อ 14

การยกเว้นและอำนวยความสะดวกภายใต้กรอบการให้ความช่วยเหลือ

. ยกเว้นภาษีอากรและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการนำเข้าและใช้อุปกรณ์  รวมถึงยานพาหนะและเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และวัสดุที่นำเข้ามาในเขตอาณาของภาคีผู้ขอและภาคีผู้ให้ เพื่อการให้ความช่วยเหลือ

. อำนวยความสะดวกในการเข้าประเทศ การพักอาศัย และการเดินทางออกจากเขตอาณาของบุคลากรและการขนส่งเข้าออกของอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และวัสดุที่เกี่ยวข้องหรือใช้ในการช่วยเหลือ

. ร่วมมือกับศูนย์เอ เอช เอ เมื่อเห็นว่าเหมาะสม ในการอำนวยความสะดวกในกระบวนการยกเว้นและอำนวยความสะดวกภายใต้กรอบการให้ความช่วยเหลือ

1.ตรวจสอบกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เกี่ยวกับภาษีอากรและค่าธรรมเนียม การนำเข้า

-จัดทำกลไกทางกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้การยกเว้นภาษีอากรและค่าธรรมเนียม รัดกุมถูกต้องและชัดเจน

-หากมีกฎหมายอยู่แล้วให้พิจารณาว่ามีส่วนใดต้องปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

2.ตรวจสอบกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการเข้า/ออก ประเทศของบุคคล การพักอาศัยภายในประเทศ และการขนส่งอุปกรณ์

-จัดทำกลไกทางกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้การนำเข้า/ออก รวดเร็ว รัดกุม ถูกต้องและไม่กระทบต่อความ

มั่นคงของประเทศ

-หากมีกฎหมายอำนวยความสะดวกอยู่แล้วให้พิจารณาว่ามีส่วนใด ต้องปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3.ประสานและร่วมมือในการอำนวยความสะดวกตามที่ดำเนินการใน 1.,2. กับศูนย์ เอเอชเอ ภายใต้กรอบการให้ความช่วยเหลือ

4. ดำเนินการโดยคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงาน

5. ขอความเห็นชอบการดำเนินการจากคณะรัฐมนตรี

 

สม

 

 

 

 

1.       ศอ.

2.       สช.

3.       สส.

4.       สว.

 

 

 

1.       กค. (ศก)

2.       ทส. (คพ)

3.       สร (สน.ข่าวกรอง, สมช)

4.       สตช (ตม)

5.        กฎก.

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์ (ต่อ)

ข้อ 15

การแสดงตน

1. บุคลากรทางทหารและเจ้าหน้าที่พลเรือนที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือจะได้รับอนุญาตให้ใส่ชุดเครื่องแบบที่มีสัญลักษณ์เฉพาะในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทางการ

2. เพื่อจุดประสงค์ในการเดินทางเข้าและออกจากเขตอาณาของภาคีผู้รับ สมาชิกที่ปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือจะต้องมี

. คำสั่งในการเคลื่อนย้ายเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มภายใต้หัวหน้าปฏิบัติงานความช่วยเหลือหรือจากหน่วยงานที่เหมาะสมจากผู้ให้ความช่วยเหลือ และ

. บัตรแสดงตนออกโดยหน่วยงานที่เหมาะสมจากผู้ให้ความช่วยเหลือ

3. เครื่องบินและเรือที่ใช้โดยบุคลากรทางทหารและเจ้าหน้าที่พลเรือนจากผู้ให้ความช่วยเหลือ จะสามารถใช้ทะเบียนและสัญลักษณ์ที่ง่ายต่อการจำแนกโดยไม่มีภาษี ทะเบียนและ/หรือใบอนุญาต เครื่องบินทหารของต่างประเทศจะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงเครื่องบินมิตรประเทศ และจะเปิดสัญญาณคลื่นวิทยุ และชื่อเรียกขานจากทางการของภาคีผู้รับ

1)  การออกแบบและจัดทำเครื่องหมาย ที่มีสัญลักษณ์เฉพาะในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บุคลากรทางทหารและเจ้าหน้าที่พลเรือนที่เกี่ยวข้องในการ ปฏิบัติการช่วยเหลือ

2)  แจ้งประสานให้ทุกหน่วยที่
เกี่ยวข้องทราบ

3)  ออกคำสั่งการเคลื่อนย้ายเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม

4)  ออกบัตรแสดงตนให้แก่ผู้ให้ความช่วยเหลือ

5)  จัดทำทะเบียนและสัญลักษณ์ของเครื่องบินและเรือทหารของต่าง ประเทศ การเปิดคลื่นวิทยุและการกำหนดนามเรียกขานให้แก่ภาคีผู้รับ เพื่อให้เป็นไปตามการปฏิบัติเยี่ยงมิตรประเทศ

ศอ.

1.       ผพ.

2.       สว.

3.       สช.

 

 

 

 

 

 

1.       กต.

2.       สตช.

3.       ศบภ.กห.

4.       คค.

5.       อื่น ๆ

 

ภาคที่ 5

การตอบโต้สถานการณ์ (ต่อ)

ข้อ 16

การผ่านแดนของบุคลากร

สิ่งอำนวยความสะดวก และวัสดุในการให้ความช่วยเหลือ

1. แต่ละภาคีจะอำนวยความสะดวกการผ่านแดนในเขตอาณาของบุคคล อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และวัสดุที่เกี่ยวข้องหรือที่จะใช้ในการให้ความช่วยเหลือเมื่อได้รับการร้องขอจากภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยภาคีที่เกี่ยวข้องจะได้รับการยกเว้นภาษีอากร และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สำหรับอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และวัสดุ

2. ศูนย์เอ เอช เอ จะอำนวยความสะดวกในกระบวนการผ่านแดนของบุคลากร เครื่องใช้ สิ่งอำนวยความสะดวก และวัสดุ ในการให้ความช่วยเหลือ ตามความเป็นไปได้และความเหมาะสม

 

1.1          การอำนวยความสะดวกในการผ่านแดนในเขตอาณาของบุคคล อุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และวัสดุที่เกี่ยวข้อง

       - ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเกี่ยวกับข้อตกลงอาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวก ให้เกิดความรวดเร็ว

1.2    การยกเว้นภาษีอากร และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

-  ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเกี่ยวกับความตกลงอาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันการแอบแฝง

-  ดำเนินการภายใต้กฎหมาย ข้อระเบียบ ในการยกเว้นภาษีอากร และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของประเทศผู้รับความช่วยเหลือ

- ประสานกับศูนย์ เอ เอช เอ ในการอำนวยความสะดวกในการผ่านแดน

 

 

สช.

 

 

 

 

 

 

 

1.       ศอ.

2.       สม.

3.       สว.

 

 

 

1.       กต. (อซ, กส)

2.       กค. (ศก)

3.       กห (บก.สส)

4.       มท. (ปค)

5.       สตช.

6.       สกช.

7.       ทอท.

ภาคที่ 6 การฟื้นฟู

ข้อ 17

การฟื้นฟู

เพื่ออนุวัติความตกลงฉบับนี้ ภาคีจะร่วมกันหรือโดยเอกเทศ พัฒนายุทธศาสตร์ และแผน-ปฏิบัติโครงการเพื่อฟื้นฟู ซึ่งเป็นผลมาจากภัยพิบัติ โดยภาคีทั้งหมด ควรเสนอการสนับสนุนการฟื้นฟูที่เหมาะสมกับผลที่เกิดจากภัยพิบัติในระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค และระหว่างประเทศในการฟื้นฟู

1.        ยกร่างแผนยุทธศาสตร์ แผน/แผนงาน –ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูและการขอรับการความช่วยเหลือฟื้นฟูด้านต่าง ๆ ในทุกระดับภาคีล่วงหน้า

2.        นำเสนอ ปัญหา/แนวทางการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจนถึง ระดับปฏิบัติ (นโยบาย/กฎหมาย/ งบประมาณ/การบริหารงาน/การบัญชาการ ฯลฯ)

3.        ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานพิจารณาร่างและยกร่างยุทธศาสตร์เพื่อเสนอขออนุมัติ

4.        เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

สม.

1.       สน.

2.       ศอ.

3.       สว.

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภาคที่ 7 ความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ข้อ 18

ความร่วมมือ  ทางวิชาการ

1. เพื่อเพิ่มความเตรียมพร้อมและเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ ภาคีจะร่วมมือทางวิชาการ โดยรวมถึงกิจกรรมดังต่อไปนี้

. อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายทรัพยากรที่เหมาะสม ทั้งในและนอกภาคี

. ส่งเสริมการจัดทำมาตรฐานรูปแบบการรายงานและข้อมูล

-    ประสานการจัดทำความร่วมมือทาง
วิชาการกับต่างประเทศ

-    ร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ ทั้งในและนอกภาค

-    จัดทำข้อมูลที่จะให้หรือเปิดเผยได้

-    จัดทำขั้นตอนการแลกเปลี่ยนข้อมูล

-    จัดทำฐานข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ

-    จัดสัมมนา ผชช.ด้านการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยของภาคี

-    จัดทำโครงการเสริมสร้างความรู้ด้าน
ความปลอดภัยให้แก่องค์กรและสถาน
ประกอบการที่เกี่ยวข้อง

สส.

1.       สว.

2.       ปถ.

3.       วปภ.

4.       ศอ.

5.       ศท.

1.       กต.

2.       ศธ.

3.       คค.

4.       ทส. (ธณ)

5.       มท.

6.       ทสส.

7.       กห.

8.       กค. (ศก)

9.       ศตช.

ภาคที่ 7 ความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (ต่อ)

ข้อ 18

ความร่วมมือ  ทางวิชาการ (ต่อ)

. ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี เทคนิคและความรู้ที่เกี่ยวข้อง

 

. ให้จัดการอบรมที่เกี่ยวข้อง การสร้างความตระหนักของสาธารณชน และให้การศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการป้องกันและการบรรเทาภัยพิบัติ

 

. พัฒนาและจัดการอบรมสำหรับผู้กำหนดนโยบาย ผู้จัดการด้านภัยพิบัติ และเจ้าหน้าที่ที่รับมือกับภัยพิบัติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และภูมิภาค

 

. เสริมสร้างและยกระดับขีดความสามารถทางเทคนิคของภาคีในการอนุวัติตามความตกลงฉบับนี้

 

2.ศูนย์เอ เอ เอ จะทำหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมสำหรับความร่วมมือทางวิชาการที่ได้ระบุในย่อหน้าที่  1 ข้างต้น

 

 

-   จัดอบรมและผลิตคู่มือให้ความรู้
เกี่ยวกับภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ

-   จัดประชุมและเสริมสร้างนักบริหาร
งานป้องกันฯ ระดับสูง กลาง และต้น
บุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
และพัฒนาและเสริมสร้างทีมงาน

-   อบรมระบบบัญชาการในที่เกิดเหตุ

-   จัดฝึกร่วมในการจัดการภัยพิบัติและ
สัมมนาของภาคี

 

 

 

 

 

ภาคที่ 7 ความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (ต่อ)

ข้อ 19

การวิจัยทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ

1. ภาคี โดยเอกเทศ หรือร่วมกัน รวมทั้งร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ จะส่งเสริมและสนับสนุนโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และวิชาการที่เกี่ยวกับปัจจัยที่เป็นสาเหตุของภัยพิบัติเมื่อเป็นไปได้ รวมทั้งการดำเนินมาตรการ วิธี เทคนิคและอุปกรณ์ในการลดความเสี่ยงของภัยพิบัติ ทั้งนี้ จะต้องเคารพซึ่งลิขสิทธิ์ของทรัพย์สินทางปัญญาของภาคีที่เกี่ยวข้อง

2. ศูนย์เอ เอช เอ จะอำนวยความสะดวกในกิจกรรมการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และวิชาการตามที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่ 1 ข้างต้น

 

1.       จัดประชุมสัมมนาเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในกลุ่มนักวิจัย และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติของอาเซียน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

2.       จัดทำโครงการแลกเปลี่ยนนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติระหว่างประเทศอาเซียน

3.       จัดทำโครงการวิจัยร่วมกันโดยให้เลือกประเด็นปัญหาสำคัญ หรือซับซ้อนที่เกี่ยวกับภัยพิบัติซึ่งมีผลกระทบกับทุกประเทศ

4.       พัฒนาเวปไซต์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการจัดการภัยพิบัติ สำหรับเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ และเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

5.       จัดทำโครงการพัฒนานักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติ โครงการฝึกอบรม หรือให้ทุนศึกษาวิจัย หรือให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท

6.       จัดทำทำเนียบนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการภัยพิบัติของอาเซียน และปรับปรุงให้ทันสมัย

สว.

1.       วปภ.

2.       ศท.

3.       สส.

 

 

1.       ทส (ทณ, ทน ททช, อสพ)

2.       กษ (ชป.)

3.       ศธ

4.       GISTDA

5.        หน่วยงานอื่นๆ

ภาคที่ 8 ศูนย์ เอ.เอช.เอ

ข้อ 20

ศูนย์ประสานงานอาเซียนในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

1. ศูนย์ประสานงานอาเซียน ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพื่อจัดการภัยพิบัติ (ศูนย์เอ เอช เอ) จะจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานของภาคีและกับองค์การภายใต้สหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาค

2. ศูนย์เอ เอช เอ จะดำเนินงานบนความเข้าใจว่า ภาคีจะดำเนินการก่อนในการจัดการและรับมือกับภัยพิบัติ ในกรณีที่ภาคีขอความช่วยเหลือเพื่อรับมือกับสถานการณ์ นอกจากการขอไปโดยตรงถึงผู้ให้ความช่วยเหลือแล้ว ภาคีอาจขอความช่วยเหลือศูนย์เอ เอช เอ ให้อำนวยความสะดวกในการส่งคำขอ

3. ศูนย์เอ เอช เอ จะมีบทบาทหน้าที่ตามที่ระบุไว้ในภาคผนวกและหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมายจากการประชุมของภาคี

 

 

ประสานงานเรื่องการจัดตั้ง ศูนย์ เอ  เอช เอ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานของภาคี และกับองค์กรภายใต้สหประชาชาติ หรือองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค

 -   กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ ประสานสำนักงานเลขาธิการอาเซียนในการ
จัดตั้งศูนย์ ฯ

-      กรม ปภ.  ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนข้อมูลประกอบการพิจารณาสถานที่
จัดตั้งศูนย์ ฯ

สช.

1.       สว.

2.       ศอ.

1. กต. (อซ, กส)

ภาคที่ 9

 การจัดการของสถาบัน

ข้อ 21

การประชุมของภาคี

1. มีการจัดตั้งการประชุมของภาคีขึ้น การประชุมของภาคีครั้งแรกจะจัดขึ้นโดยสำนักเลขาธิการ ไม่เกินกว่าหนึ่งปีภายหลังความตกลงมีผลบังคับใช้ หลังจากนั้นการประชุมสามัญของการประชุมของภาคีจะมีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี โดยไม่ให้ตรงกับการประชุมอาเซียนที่เกี่ยวข้อง

2. การประชุมวิสามัญจะมีขึ้นเมื่อภาคีหนึ่งขอ โดยอย่างน้อยต้องมีอีกหนึ่งภาคีให้การสนับสนุน

3. ที่ประชุมของภาคีจะทบทวนและประเมินการดำเนินงานตามความตกลงอย่างต่อเนื่อง โดย

   . ดำเนินการที่จำเป็นเพื่ออนุวัติตามความตกลงอย่างมีประสิทธิภาพ

   .  พิจารณารายการและข้อมูล ซึ่งภาคีจัดส่งให้โดยตรงหรือผ่านสำนักเลขาธิการ

   .  พิจารณาและรับรองพิธีสารตามข้อ 25 ของความตกลงฉบับนี้

   .  พิจารณาและรับรองข้อความที่แก้ไขในความตกลงฉบับนี้

   .  รับรอง ทบทวน และแก้ไขภาคผนวกของความตกลงฉบับนี้ ถ้าจำเป็น

   .  จัดตั้งหน่วยงานเพื่อดำเนินงานตามความตกลงฉบับนี้ ถ้าจำเป็น

  .   พิจารณาและดำเนินการเพิ่ม เพื่อที่จะบรรลุ
จุดประสงค์ของความตกลงฉบับนี้ ถ้ามีความจำเป็น

 

 

 

1.       การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าร่วมประชุม และการจัดประชุม

2.       การจัดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในประเทศ ก่อนการประชุมของภาคีอย่างน้อย 2 สัปดาห์

3.       การจัดทำรายงานความก้าวหน้า ของผลการดำเนินการตามความ  ตกลง

สว.

ศอ.

1.       กต. (อซ)

2.       หน่วย
งานอื่น ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาคที่ 9

 การจัดการของสถาบัน (ต่อ)

ข้อ 22

หน่วยงานประสานงานหลักระดับชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1. แต่ละภาคีจะแต่งตั้งหน่วยงานประสานงานหลัก
ระดับชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนอีกหนึ่งหรือมากกว่านั้น เพื่ออนุวัติตามความตกลงฉบับนี้

2. แต่ละภาคีจะแจ้งชื่อหน่วยงานประสานงานหลักระดับชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับภาคีอื่นและศูนย์เอ เอช เอ  รวมถึงในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานหลัก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. ศูนย์เอ เอช เอ จะให้ข้อมูลที่ระบุในย่อหน้าที่ 2 แก่ภาคีเป็นประจำและรวดเร็ว และถ้าจำเป็น แก่องค์กรระหว่างประเทศ

1.       กรม ปภ.ได้รับมอบหมาย จาก ครม.ให้เป็นหน่วยงานหลักแล้ว ตาม มติ ครม.เมื่อวันที่ 19 ..48

2.       จัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับรายชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอนุวัติตามความตกลง

3.       ประสานงาน กต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแจ้งรายชื่อให้ศูนย์ เอ เอช เอ

สว.

 

ศอ.

1.       กต. (อซ)

2.       หน่วย
งานอื่น ๆ

 

ภาคที่ 9

 การจัดการของสถาบัน (ต่อ)

ข้อ 23

สำนักเลขาธิการ

 1.  สำนักเลขาธิการอาเซียนจะเป็นสำนักเลขาธิการของความตกลงฉบับนี้

2. หน้าที่ของสำนักเลขาธิการ จะรวมถึง

.  จัดการและให้บริการการจัดการประชุมของภาคีและหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ความตกลงฉบับนี้

.  จัดส่งประกาศ รายงาน และข้อมูลอื่น ๆ ที่ได้รับภายใต้ความตกลงฉบับนี้ให้แก่ภาคี

 

1.       ติดต่อประสานงานสำนักเลขาธิการ อาเซียนในส่วนที่เกี่ยวข้อง

2.       ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาถึงภารกิจหน้าที่ของสำนักเลขาธิการอาเซียนเกี่ยวกับความ
ตกลง

 

สว.

 

1. กต. (อซ)

2. หน่วยงานอื่น ๆ

ภาคที่ 9

 การจัดการของสถาบัน (ต่อ)

ข้อ 23

สำนักเลขาธิการ (ต่อ)

.  พิจารณาข้อสอบถามและข้อมูลจากภาคี และหารือกับภาคีเกี่ยวกับข้อสอบถาม ที่เกี่ยวข้องกับความตกลงฉบับนี้

.  ให้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศ และโดยเฉพาะในการบริหารงาน ถ้ามีความจำเป็นในการจัดทำข้อตกลง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักเลขาธิการมีประสิทธิภาพ และ

. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายโดยภาคี

 

 

 

 

ภาคที่ 9

 การจัดการของสถาบัน (ต่อ)

ข้อ 24

 การจัดการ

ทางการเงิน

1. ให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นสำหรับการดำเนินงานตามความตกลงฉบับนี้

2. กองทุนนี้จะใช้ชื่อว่า กองทุนอาเซียนสำหรับการจัดการภัยพิบัติและบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉิน

3. กองทุนจะบริหารโดยสำนักเลขาธิการอาเซียนภายใต้ข้อชี้แนะของการประชุมภาคี

4. ภาคีจะให้การสนับสนุนโดยความสมัครใจต่อกองทุน ตามการตัดสินใจของการประชุมของภาคี

5. กองทุนจะเปิดรับการสนับสนุนจากแหล่งอื่น ๆ ภายใต้การตัดสินใจและความเห็นชอบของภาคี

6. ภาคีอาจระดมทรัพยากรที่ต้องการเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามความตกลงฉบับนี้ จากองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาบันการเงินในภูมิภาค และผู้บริจาคจากประชาคมนานาชาติ ถ้าจำเป็น

1.       ประสานงานกับ กต. สงป. กค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งและการบริหารกองทุน

2.       ประสานกับ กต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหาแหล่งสนับสนุนกองทุนเพิ่มเติม

 

 

สว.

 

สม.

1.       กต. (อซ)

2.       สงป.

3.       กค.

ภาคที่ 10 กระบวน การ

ข้อ 25

พิธีสาร

1. ภาคีจะร่วมมือในการจัดทำและรับเอาพิธีสารของความตกลงฉบับนี้ โดยการจัดทำมาตรการ กระบวนการ และมาตรฐาน ที่ได้ตกลงกัน สำหรับดำเนินการตามความ
ตกลงฉบับนี้

2. สำนักเลขาธิการจะแจ้งเนื้อหาข้อความของพิธีสารที่มีการเสนอให้กับภาคี อย่างน้อยหกสิบวันก่อนการเปิดการประชุมของภาคี

3. ที่ประชุมภาคีสมัยสามัญ จะรับรองพิธีสารของความ
ตกลงฉบับนี้ โดยฉันทามติของภาคีทั้งหมด

4. พิธีสารของความตกลงฉบับนี้ที่ได้รับการรับรองตาม
ย่อหน้าก่อนหน้านี้ จะมีผลบังคับใช้ตามกระบวนการที่ระบุในพิธีสาร

1.       ประสานกับ กต., และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องพิธีสาร

 

สว.

สม.

กต. (อซ)

 

ข้อ 26

การแก้ไข

ความตกลง

1. ภาคีใด ๆ สามารถเสนอขอแก้ไขความตกลงฉบับนี้

2. สำนักเลขาธิการจะแจ้งเนื้อหาข้อความที่เสนอขอแก้ไขให้กับภาคี อย่างน้อยหกสิบวันก่อนการประชุมภาคี และเพื่อให้การรับรอง สำนักเลขาธิการจะแจ้งข้อความ
ที่แก้ไขแก่ผู้ที่ลงนามในความตกลง

3. ข้อความที่แก้ไขจะรับรองโดยฉันทามติในการประชุมของภาคีสมัยสามัญ

 

1.       ประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความตกลงในการขอเสนอแก้ไข
ความตกลง

2.       ประสานงานกับสำนักเลขาธิการ
อาเซียนในการขอแก้ไขในส่วนของไทย

3.       ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้สัตยาบัน/เห็นชอบ

 

สว.

ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรม ปภ.

1.กต. (อซ)

2. หน่วยงาน

อื่น ๆ

ภาคที่ 10 กระบวน การ (ต่อ)

 

4. ข้อความที่แก้ไขในความตกลงฉบับนี้ จะต้องได้รับการให้สัตยาบัน/ความเห็นชอบ หรือยอมรับโดยภาคีของความตกลงฉบับนี้ ผู้ที่เก็บความตกลงจะเวียนข้อความที่แก้ไขที่ได้รับการรับรองให้กับทุกภาคีเพื่อให้สัตยาบัน/ความเห็นชอบหรือยอมรับ ข้อความที่แก้ไขจะมีผลบังคับใช้ในวันที่สิบสามหลังจากที่ผู้ที่เก็บความตกลงได้รับสัตยาบัน/ความเห็นชอบ หรือยอมรับจากทุกภาคีแล้ว

 

 

 

 

 

ข้อ 27

การรับเอาและแก้ไขภาคผนวก

 

1. ภาคผนวกของความตกลงฉบับนี้ จะประกอบเป็นส่วนหนึ่งของความตกลง และนอกเหนือจากที่ระบุไว้เป็นอย่างอื่น การอ้างอิงถึงความตกลงจะหมายรวมถึงการอ้างอิงภาคผนวกด้วย

2. ภาคผนวกต้องได้รับการรับรองโดยฉันทามติในที่ประชุมสามัญของทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง

3. ทุกภาคีสามารถยื่นข้อเสนอขอแก้ไขภาคผนวก

4. การแก้ไขภาคผนวกจะต้องได้รับรองโดยฉันทามติในที่ประชุมสามัญของทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง

5.ภาคผนวกของความตกลงฉบับนี้และข้อแก้ไขในภาคผนวกจะต้องได้รับการให้สัตยาบันหรือความเห็นชอบ  
ผู้เก็บเอกสารจะต้องเวียนภาคผนวกที่ได้รับการรับรองหรือข้อแก้ไขในภาคผนวกที่ได้รับการรับรอง ให้แก่ทุกภาคีเพื่อให้สัตยาบันหรือความเห็นชอบ  ภาคผนวกหรือข้อแก้ไขในภาคผนวกจะมีผลบังคับใช้สามสิบวันหลังจากที่ได้มีการให้สัตยาบันหรือความเห็นชอบจากทุกภาคีแก่ผู้เก็บเอกสาร

 

1.       ประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความตกลงในการขอเสนอแก้ไข
ภาคผนวก

2.       ประสานงานกับสำนักเลขาธิการ
อาเซียนในการขอแก้ไขในส่วนของไทย

3.       ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้สัตยาบัน/เห็นชอบ ในการแก้ไขภาคผนวก

สว.

ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1.กต. (อซ)

2. หน่วยงาน

อื่น ๆ

ภาคที่ 10 กระบวน การ (ต่อ)

ข้อ 28

ขั้นตอนการปฏิบัติและระเบียบทาง

การคลัง

ในการประชุมของภาคีครั้งแรก (โดยฉันทามติ) จะให้มีการรับรองขั้นตอนการปฏิบัติและระเบียบทางการคลังของ
กองทุน
เพื่อการจัดการภัยพิบัติและการบรรเทา
สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อพิจารณาโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมทางการเงินของภาคีความตกลงฉบับนี้

1. ประสาน / ประชุม ร่วมกับ กต. สงป. และหน่วยงานที่เกียวข้อง เรื่องเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติและระเบียบทางการคลัง

สว.

1.สม.

2. กค.

1. กต. (อซ)

2. สงป.

 

ข้อ 29

การรายงาน

ภาคีจะจัดส่งรายงานให้แก่สำนักเลขาธิการ ถึงมาตรการที่ได้กำหนดขึ้นเพื่ออนุวัติความตกลงฉบับนี้ ตามรูปแบบและระยะเวลาที่ตัดสินโดยที่ประชุมของภาคี

1) จัดทำข้อมูลเพื่อส่งรายงานให้แก่สำนักเลขาธิการอาเซียน ถึงมาตรการตามรูปแบบและระยะเวลาที่ได้กำหนดขึ้น

2) แปลและส่งรายงานให้แก่สำนักเลขาธิการอาเซียน

ศอ.

สว.

1.กต. (อซ)

2. หน่วยงาน

อื่น ๆ

 

ข้อ 30

ความสัมพันธ์กับความตกลงอื่นๆ

บทบัญญัติในความตกลงฉบับนี้จะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อสิทธิและหน้าที่ของภาคีใดต่อสนธิสัญญา อนุสัญญาหรือข้อตกลงที่เป็นภาคีอยู่

ศึกษา ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของไทยต่อสนธิสัญญาอื่น ๆ ที่มีอยู่

สว.

สม.

1.กต. (อซ)

2. หน่วยงาน

อื่น ๆ

 

ข้อ 31

การระงับ

ข้อพิพาท

ข้อพิพาทระหว่างภาคีต่างๆ ที่เกิดจากการตีความหรือการใช้ หรือการดำเนินการตามความตกลงฉบับนี้หรือพิธีสารใดๆ ที่เกี่ยวข้อง จะหาข้อยุติ โดยการปรึกษาหรือการเจรจากันอย่างฉันมิตร

ประสานกับหน่วยงานที่เกียวข้องในการระงับข้อพิพาท

สว.

สม.

1.กต. (อซ)

2. หน่วยงาน

อื่น ๆ

ภาคที่ 11

บทบัญญัติสุดท้าย

ข้อ 32

การให้สัตยาบัน การยอมรับ ความเห็นชอบ และการภาคยานุวัติ

ความตกลงฉบับนี้จะต้องได้รับการให้สัตยาบัน การยอมรับ ความเห็นชอบ และ การภาคยานุวัติ โดยรัฐสมาชิก กลไกของการให้สัตยาบัน การยอมรับ ความเห็นชอบ และ การภาคยานุวัติ จะเก็บไว้ที่ผู้เก็บเอกสาร

ประสานกับหน่วยงานที่เกียวข้องในการให้สัตยาบัน การยอมรับ ความเห็นชอบและการภคยานุวัติ

สว.

สม.

1.กต. (อซ)

2. หน่วยงาน

อื่น ๆ

 

ข้อ 33

การบังคับใช้

 

ความตกลงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้หกสิบวันหลังจากที่ได้มีการให้สัตยาบัน การยอมรับ  ความเห็นชอบ  และ การภาคยานุวัติโดยประเทศทั้งสิบ

ประสานทุกหน่วยงานที่เกียวข้องเกี่ยวกับการมีผลบังคับใช้ของความตกลง

สว.

ทุกหน่วยงาน

ทุกหน่วยงาน

 

ข้อ 34

ข้อสงวน

 

ห้ามตั้งข้อสงวนใด ๆ ต่อความตกลงฉบับนี้  เว้นแต่จะระบุไว้อย่างชัดแจ้งเป็นอย่างอื่นใน ความตกลงฉบับนี้

ประสานทุกหน่วยงานที่เกียวข้องเกี่ยวกับเรื่องการตั้งข้อสงวน

สว.

ทุกหน่วยงาน

ทุกหน่วยงาน

 

ข้อ 35

การเก็บรักษา

ความตกลงฉบับนี้จะเก็บไว้ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน  ซึ่งจะทำสำเนาพร้อมรับรองสำเนาความตกลง รวมถึงพิธีสาร ภาคผนวกและข้อแก้ไขส่งให้รัฐสมาชิกแต่ละฝ่ายในทันที

จัดเก็บสำเนาความตกลงฉบับภาษาอังกฤษ

สว.

สม.

 

 

ข้อ 36

เอกสารต้นฉบับ

 

ความตกลงฉบับนี้ร่างขึ้นโดยใช้ภาษาอังกฤษและเป็นเอกสารต้นฉบับ

 

จัดเก็บสำเนาความตกลงฉบับภาษาอังกฤษ

สว.

สม.

 

 

 

 

 

 


 

สารบัญอักษรย่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (อย่างไม่เป็นทางการ)

สร                           สำนักนายกรัฐมนตรี

ศภช.                 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

สงป                  สำนักงบประมาณ

อก                    สำนักงานอัยการสูงสุด

กฎก                  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา

 

กห                          กระทรวงกลาโหม

สส.                   กองบัญชาการทหารสูงสุด

สป.กห.              สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ทบ.                   กองทัพบก

ทร.                    กองทัพเรือ

ทอ                    กองทัพอากาศ

อท.ทร.               กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ

 

สตช.                       สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

บน.ตร.               กองบินตำรวจ

ตม.                   สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

 

 มท                         กระทรวงมหาดไทย

  ปค.                 กรมการปกครอง

ปภ.                   กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ปถ                    กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

พด                    กรมพัฒนาที่ดิน

พช.                   กรมการพัฒนาชุมชน

 

 

ทสส                        กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

อต.                   กรมอุตุนิยมวิทยา

 

วท                          กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เนคเทค              ศูนย์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

 

ทส                          กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทณ.                  กรมทรัพยากรธรณี

คพ                    กรมควบคุมมลพิษ

ทน                    กรมทรัพยากรน้ำ

อสพ                  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ททฝ                  กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

 

กค                          กระทรวงการคลัง

ศก.                   กรมศุลกากร

บก                    กรมบัญชีกลาง

 

คค                          กระทรวงคมนาคม

ขสอ.                 กรมการขนส่งทางอากาศ

ขส.                   กรมการขนส่งทางบก

ขนพ                  กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี

ทอท                  .ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

ทล                    กรมทางหลวง

ทช                    กรมทางหลวงชนบท

สนข                  สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร

 

พง                          กระทรวงพลังงาน

 

อส                          กระทรวงอุตสาหกรรม

รอ                     กรมโรงงานอุตสาหกรรม

กนอ                  การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

พม.                         กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์

 

กษ                          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปศ                    กรมปศุสัตว์

ปม                    กรมประมง

วก                    กรมวิชาการเกษตร

ชป                    กรมชลประทาน

 

สธ                           กระทรวงสาธารณสุข

คร                     กรมควบคุมโรค

กกพ                  กรมการแพทย์

นม                    กรมอนามัย

 

 

 

สจ                    กรมสุขภาพจิต

 

กต                          กระทรวงการต่างประเทศ

อซ                    กรมอาเซียน

สกม                  กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย

 

ยธ                           กระทรวงยุติธรรม

นว                    สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

 

ADPC                ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอชีย

วศท                  วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

คข                    องค์กรเครือข่ายอื่นๆ

สกช.                 สภากาชาดไทย

GISTDA            สถาบันพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ