กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

Department of Disaster Prevention and Mitigation. Ministry of Interior. Thailand

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ภารกิจผู้บริหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

อธิบดี

มท.1 ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย สั่งการ ปภ. ประสานจังหวัดดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง - เร่งคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว

เขียนโดย : สุพรรณี วันที่ : 13/8/2565 จำนวนผู้เข้าชม : 61 ครั้ง
กองเผยแพร่ฯ
มท.1 ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย สั่งการ ปภ. ประสานจังหวัดดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง - เร่งคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว
เมื่อวันที่ 13 ส.ค.65 เมื่อเวลา 11.30 น. ณ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยจากพายุมู่หลานร่วมกับจังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประสานการเร่งระบายน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับ ปภ. ประสานจังหวัดและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการแจ้งเตือนภัย การเผชิญเหตุ การอพยพ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบภาวะฝนตกหนักอย่างเต็มกำลัง เน้นดูแลด้านการดำรงชีพและความปลอดภัยของประชาชน ด้าน ปภ. รายงานสถานการณ์ล่าสุดยังมีน้ำท่วมขังใน 2 จังหวัด (เชียงรายและน่าน) ซึ่งได้ประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องแล้ว
นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยในการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยจากพายุมู่หลาน ณ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ว่า ผลกระทบจากพายุมู่หลานที่ทำให้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุมู่หลานได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ การแจ้งเตือนประชาชน การเผชิญเหตุและการให้ความช่วยเหลือประชาชน เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน โดยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้สั่งการเน้นย้ำการดำเนินการมาตั้งแต่ต้น ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัดและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการแจ้ง เตือนภัยผ่านระบบหอเตือนภัยในพื้นที่ การเผชิญเหตุ การอพยพ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่จะเป็นจุดรองรับน้ำและพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำ ให้ ปภ. บูรณาการจังหวัดเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมปฏิบัติการในพื้นที่ นำชุดปฏิบัติการและเครื่องสูบน้ำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำในพื้นที่เสี่ยงไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่ได้คลี่คลายลงแล้ว แต่ยังได้สั่งการให้พื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณที่พักอาศัยของประชาชน พื้นที่ชุมชน และพื้นที่เขตเศรษฐกิจ เร่งแก้ไขปัญหาและระบายน้ำโดยเร็วที่สุด รวมถึงดูแลด้านการดำรงชีพของประชาชนในเบื้องต้นจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อให้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้อยที่สุด ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งฟื้นฟูพื้นที่และสำรวจประเมินความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายบุญธรรม กล่าวต่อไปว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชม. รวมถึงศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ศภช.) ได้แจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนผ่านหอเตือนภัยที่ได้ติดตั้งเพื่อแจ้งสถานการณ์ในพื้นที่และให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตภาคเหนือนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยเข้าสนับสนุนจังหวัดที่ประสบภัยในการแก้ไขปัญหา เร่งระบายน้ำ และให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ภาพรวมในวันนี้ (13 ส.ค.65 เวลา 12.00 น.) เกิดอุทกภัยในพื้นที่รวม 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ พิษณุโลก นครพนม เลย และปราจีนบุรี 34 อำเภอ 104 ตำบล 592 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 5,477 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย (เชียงราย) ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน รวม 3 อำเภอ 13 ตำบล 105 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,356 ครัวเรือน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ต้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำทะเลหนุนสูง ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง
“จากการประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับจังหวัด พบว่า หลายจังหวัดระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องและคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยสถานการณ์น้ำในจังหวัดน่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ตัวเมืองน่านและอำเภอเวียงสา ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำปิงจะไม่ส่งกระทบต่อเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งนี้ ปภ. ได้กำชับให้ ปภ.จังหวัด และศูนย์ ปภ. เขต เฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำท่วมขัง และจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ดูแลด้านการดำรงชีพและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของจังหวัดที่สถานการณ์อุทกภัยคลี่คลายแล้ว ปภ.ได้จัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่เข้าฟื้นฟูและทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนให้กลับสู่สภาพปกติ รวมถึงลงพื้นที่สำรวจเสียหายและให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งในด้านการเกษตรและพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายต่อไป” นายบุญธรรม กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยและสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” ///////


 

(สะดวกรวดเร็วแจ้งเหตุได้ 24 ชม.)